ทริปปั่นจักรยาน เที่ยวบางกระเจ้า

ได้ยินชื่อ “บางกระเจ้า” โอเอซิสแห่งกรุงเทพฯ มาซักพักนึงแล้ว
ว่ากันว่าปั่นจักรยานที่บางกระเจ้านั้น บรรยากาศดีมากๆ หลายๆรายการ TV ก็ไปถ่ายทำกัน
มันก็ยิ่งชวนให้อยากไปเที่ยวซักครั้ง จริงๆ 😀
วันนึง ในpage ของกลุ่ม mono cycling club ก็มีการชักชวนกันไปปั่นบางกระเจ้า
เข้าทางเราพอดีเลย เพราะผมเองก็อยากไป และไปเองก็…ไปไม่เป็นไม่รู้จักทาง

พวกเรานัดกันออกปั่นวันที่ 28/07/2013 6:00
โดยจะเริ่มปั่นจาก หน้าตึกจัสมินแจ้งวัฒนะ แล้วไปรับเพื่อนคนอื่นๆ ที่สถานีรถไฟหลักสี่
(ผมได้ยินมาแค่นี่ คิดในใจ สงสัยนั่งเราจะรถไฟไปกัน เลยชวนคุณนายไปด้วย
คุณนายก็บอก “ดีๆ ไม่เคยนั่งรถไฟ บางกระเจ้าก็อยากไป ไปด้วยๆ” )


เมื่อถึงเวลา 6:30 เริ่มปั่นออกจากหน้าตึกจัสมิน พร้อมกับ@Akaze และ @Lookmai
สรุปมีแค่ 4 คนที่เริ่มจากหน้าตึกจัสมิน เราปั่นตามถนนเส้นแจ้งวัฒนะ
ช่วงเช้าอากาศดี รถยังไม่เยอะปั่นง่ายๆ ชิวๆ 😎

ปั่นถึงสถานีรถไฟหลักสี ก็พบกับ @Varunpong มารออยู่แล้ว
ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ @Varunpong บอกว่าเดี๋ยวเราต้องรีบไปรับเพื่อนอีกคนที่ลาดพร้าว
เอ๋… นี่เราไม่ได้นั่งรถไฟไปใช่มั้ย? นี่ผมเข้าใจผิดมาตลอดชิมิ (ผมคิดในใจ พร้อมหันไปมองหน้าคุณนาย)
ไม่ต้องบอกก็รู้ชะตากรรม คุณนายเริ่มทำหน้างงๆ พร้อมพูดว่า… 😯
“ไอ้อ้วนหลอกเค้า ไหนบอกจะได้นั่งรถไฟ T_T”
ถึงคุณนายจะไม่ปลื้ม แต่ก็ปั่นตามมาแบบว่าง่าย (เพราะผมหลอกว่าปั่นไปบางกระเจ้าไม่ไกลหลอก 555 )
เราปั่นตามถนน local road ไปเรื่อยๆจนถึง เซ็นทรัลลาดพร้าว

เราปั่นไปพบ @Terawat ที่นั่น จากนั้นมุงหน้าต่อไปยัง ฟอร์จูนทาวน์ พระราม9
เพื่อพบเพื่อนๆคนอื่นๆ ตอนนี้ก็ครบ 9 คนพอดี
พักเหนื่อยกันซักพักจึ่งปั่นกันต่อ มุ่งหน้าสู่คลองเตย

ระหว่างทาง เจอน้องๆอีกกลุ่มกำลังจะปั่นไป บางกระเจ้า เช่นกัน แต่..ตอนนี้พวกเค้ามีปัญหาเรื่องยาง
เราจึงจอดช่วยเหลือ ช่วยสูบลมกันไป เพราะมันไม่ได้รั่ว แค่ยางอ่อนเฉยๆ
(สังคมจักรยานมันดีแบบนี้แหละ เจอกันก็ทักทาย มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน)


ถึงคลองเตย หลายๆคนเริ่มเหนื่อยกันแล้ว ประกอบกับยังไม่ได้ทานข้าวเช้ากันมา
จึงแวะทานข้าวเติมพลังกันก่อน ที่ร้านข้าวซอยเชียงใหม่ (แต่ขายอยู่คลองเตย) 😯
รสชาติอร่อยใช้ได้เลยนะ หรือเพราะเราหิวก็ไม่รุ 555
อิ่มหนำสำราญพุง ก็เดินทางกันต่อ ไปท่าเรือเพื่อนั่งเรือข้ามไปยัง บางกระเจ้า

ก่อนลงเรือข้ามฝาก เรามีเพื่อนสมาชิกมาเพิ่มอีก 1คน


ค่าเรือข้ามฝาก ไป-กลับคนละ 50บ. (ถ้าคนไม่เยอะ นั่งเรือเล็ก ก็จะถูกกว่านี้)
แต่ไอ้เรือนี่ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายนะ นั่งไปสยิวไป ไม่ค่อยชอบน้ำเท่าไร
เพราะว่ายน้ำไม่เป็น เห่อๆ ท่าเรือที่นี่เค้ายินดีต้อนรับคนปั่นจักรยาน ตลอดเวลา
เพราะเสาร์-อาทิตย์ นี่ คนขนจักรยานข้ามฝากไปปั่นที่บางกระเจ้ากันเยอะ

ก่อนจะขึ้นฝั่ง ให้นัดเวลาที่จะกลับ กับคนขับเรือเอาไว้ และอย่าลืมขอเบอร์โทรคนขับเรือไว้ด้วยละ
เผื่อมีปัญหา มาไม่ทันนัด หรือถึงเวลานัดแล้วลุงขับเรือไม่มา จะได้โทรไปตามถูก
ขึ้นที่ท่าเรือ อะไรซักอย่างจำชื่อไม่ได้ (อย่าลืมถามเค้าไว้ละ เพราะมันมีหลายท่า เดี๋ยวหลงทางจะได้ถามเค้าถูก)
แค่ขนจักรยานใส่เรือข้ามฝากก็ตื่นเต้นแล้ว
มาเจอบรรยากาศบางกระเจ้า ตอนนี้บอกได้เลยว่าฟินสุดๆ ตื่นเต้นๆ

เราปั่นกันต่อ มุ่งหน้าสู่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้วยจักรยาน – บ้านลุงกุล คุ้งบางกระเจ้า
(ลุงกุล เป็นคนริเริ่มการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน ในคุ้งบางกระเจ้า โดยคุณลุงจะปั่นจักรยานนำนักท่องเที่ยว
และคอยเล่าเกร็ดความรู้ตลอดเส้นทาง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ คุณลุงน่ารักมากๆ
อย่าลืมโทรมานัดเวลากับคุณลุงก่อนละ หรือติดต่อผ่าน https://www.facebook.com/Baanloongkul
เพราะเสาร์อาทิตย์จะมีกลุ่มปั่นมาเยอะมาก เดี๋ยวมาไม่ทันลุงออกไปนำปั่น จะหาว่าไม่เตือนนะ อิอิ)

ถึงแล้วบ้านลุงกุล บ้านคุณลุงมีร้านกาแฟ และที่จอดรถได้นิดหน่อย
สำหรับคนที่เอารถยนต์ใส่จักรยานมา สามารถมาจอดที่บ้านคุณลุงได้เลย แล้วปั่นไปเที่ยวได้
เรามีสมาชิกมาเพิ่มอีก 3 คน(ขับรถยนต์มาจอดบ้านลุง)

สรุปทริปนี้มีทั้งหมด 13คน เป็นครั้งแรกที่ mono cycling club มากันเยอะขนาดนี้ ดีใจจุงเลย 😀

วันนี้ลุงกุล นัดอีกกลุ่มเอาไว้ จึงให้พี่อีกคนนึงมานำเที่ยวแทน

ขออภัยผมจำชื่อพี่เค้าไม่ได้จริงๆ 😳 แต่ก็น่ารัก และนำเที่ยวได้ไม่แพ้คุณลุงเลยละ
เป้าหมายแรกของเราวันนี้ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ landmark สำคัญที่ใครๆก็ต้องไปถ่ายรูปให้ได้
เราปั่นลัดเลาะตามทางปูน ผ่านสวน ผ่านคลอง เยอะแยะมากมาย บรรยากาศดีจริงๆ




ถนนที่นี่มีทุกรูปแบบเลยทีเดียว 95% เป็นทางปูน แต่ก็จะมีทางลูกรังแค่ช่วงสั้นๆ เอาจักรยานอะไรมาก็ปั่นได้
แต่ถ้าเอาเสือหมอบมา อาจจะไม่เหมาะเท่าไร(เสียดายล้อ) สำหรับคนที่ยังปั่นจักรยานไม่แข็ง หรือไม่เก่ง
อาจจะต้องระวังนิดนึงเพราะทางปูนแคบ และมีตะไคร่เขียวๆ อาจจะลื่นได้
ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์คล้ายกระเพาะหมู จนได้รับชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เกาะกระเพาะหมู”
บางกะเจ้ายังได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นพื้นที่สีเขียว จนได้รับการยกย่องจากนิตยสาร
ระดับนานาชาติ Time Magazine ว่าเป็นสุดยอด Urban Oasis of Asia ซึ่งได้รับความนิยม
จากนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการขี่จักรยานท่องเที่ยว

ถึงแล้ว สวนศรีนครเขื่อนขันธ์


มุม classic ที่ไม่ว่าก๊วนใดมาก็ต้องมาถ่ายภาพ มุมนี้ให้ได้ 😛

ถ่ายภาพ อัพfacebook ,check in กันสนุกสนาน หนำใจกันแล้วก็ มุ่งหน้าต่อไป
พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ศูนย์การเรียนรู้ที่มีชีวิต






ที่นี่มีปลากัดให้ดูมากมาย ไม่รู้มาก่อนว่าปลากัดจะมีหลายพันธ์ุขนาดนี้

วันนี้เราโชคดี ได้พบท่านพีระพงศ์ ถนอมพงษ์พันธ์ (อดีตรัฐมนตรี) และยังเป็น ผู้ก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย
ท่านคุยสนุก และน่ารักเป็นกันเองมากๆ มีแง่คิด คำสอนตลอดเวลา ใครผ่านมาอย่าลืมแวะมาคุยกะท่านด้วยละ
เป็นเสน่ห์อย่างนึงของที่นี่เลยละ ^^
ถ่ายภาพ พักเหนื่อยกันหนำใจก็เดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง 13:00 หาของกินกัน GO GO GO 😛



ระหว่างทาง เราแวะโรงแรม Bangkok Treehouse โรงแรมสีเขียวเป็นมิตรกับธรรมชาติ
แห่งเดียวในบางกระเจ้า ที่บอกว่าสีเขียวก็เพราะว่า นโยบายของโรงแรม
หากมีแขกมาเช็คอิน 1 ห้องพัก = ขยะหายไป 1 กิโล (โรงแรมจะลงไปเก็บขยะให้กับชุมชนหนึ่งกิโลกรัม)
เจ๋งปะละ ถ้าอยากรู้ว่าปริมาณขยะได้ถูกเก็บไปเท่าไหร่แล้ว เค้าบอกว่า ให้สังเกตจำนวนท่อนไม้ซึ่งปักไว้ตรงรั้ว
หนึ่งท่อนไม้=ขยะ10กิโลกรัม โอ้วววว ไม่เพียงแค่นั้น ที่นี่เป็นเขตปลอดสารเคมีและพลาสติก
ใช้วิธีกำจัดแมลงด้วยน้ำส้มควันไม้ ในห้องพักก็ไม่มีฟรี TV อย่าง 3 5 7 9 หรือเคเบิ้ลให้เลือกดู
จะมีก็แต่ green movie ให้เลือกดูเลือกชมกว่าร้อยเรื่อง ไม่ธรรมดาชิมิละ โรงแรมสีเขียวแห่งนี้




โรงแรมสวยมาก และก็แปลกมากๆ ด้วย แขกทีมาพักมีแต่ฟรั่งทั้งนั้นเลย


ไม่ไหวแล้ว พวกเราเริ่มหิว ถ่ายภาพ up facebook แล้วเดินทางต่อ

ผ่านถนนมรกต ไม่นานก็ถึง ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง



เราสามารถเดินจูงจักรยานได้ทั่วตลาด แวะทานข้าวกันก่อน คุณนายหิวจนหน้ามืดแล้ววว 😯

กินอิ่มสบายใจ ก็น่าจะได้เวลากลับกันซักที เพราะดูเหมือนฟ้าฝนเริ่มจะไม่เป็นใจซะแล้วซิ
เราปั่นกลับมาที่บ้านลุงกุล อีกครั้ง พักเหนื่อยแล้ววางแผนกันว่าจะกลับอย่างไรกันดี
เพราะฝนเริ่มตกลงมาแล้ว และตอนนี้ก็ จะ5โมงเย็น ซึ่งใกล้จะถึงเวลาที่เรานัดเรือเที่ยวกลับเอาไว้
เราร่ำลาคุณลุง พี่ไกด์นำเที่ยว และ พี่น้องmono อีก 3 คนที่เอารถยนต์มา
ก่อนรีบเดินทางกลับ เพราะฝนตกแล้ว สรุปปั่นตากฝนกลับไปขึ้นเรือกัน


ฟ้ามืดมาเลย เราคุยกันว่าจะปั่นลุยฝนกลับบ้าน เพราะไม่มีทางอื่นแล้ว แทกซี่ก็ขึ้นไม่ได้
หลายคันไม่ใช่รถพับ เราปั่นลุยฝนจนมาถึง ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต
คุณนายปั่นต่อไม่ไหวแล้ว ฝนลงแรงมาก และเสือหมอบของผมและคุณนาย ก็ไม่มีดอกยาง
ทำให้ปั่นไปแบบลื่นๆ ค่อนข้างอันตรายทีเดียวเมื่อเจอฝน น้องผู้หญิงอีกคนที่มาด้วยกันก็น่าเป็นห่วง
เพราะถนนมันลื่น

นั่งรอที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต อยู่นานฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
สุดท้ายคงมีวิธีเดียวคือ โทรไปจ้างรถขนของที่สนิทกัน มารับพวกเราทั้งหมดบ้านที่ตึกจัสมิน 😐

สรุป ทริปนี้สนุกมากได้ครบทุกรสชาติจริงๆ สนุก มันส์ ฮา และแอบทารุณตอนกลับบ้าน
ขอบคุณ สมาชิกmono cycling club ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สร้างความทรงจำดีๆในทริปนี้
ครั้งหน้าเราไปแว๊นกันอีกน้าาาาาาา 😀
ขอบคุณภาพสวยๆจาก @Lookmai, @ท่านใหม่,@Satit,@Terawat, @Varunpong ,@Aob

ปล. หากมีโอกาศอยากให้ท่านไปลองปั่นจักรยานที่ บางกระเจ้าดูสักครั้ง
แล้วจะรู้ว่าปอดของกรุงเทพเป็นยังไง ^^