ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 2)

แสงแดดแรกของวัน บนเครื่องบิน JetAsia 😀

xlrider-cycling-japan-010

ผมตื่นขึ้นมาตอน 6โมงเช้า ที่ตื่นเพราะ น้องแอร์สาวสวย เค้าเอาข้าวเช้ามาเสริฟ
หอมหวลชวนทานจริงๆ มีให้เลือก 2-3 อย่าง กำลังงัวเงียอยู่ ผมฟังไม่ทัน ได้ยินแต่ “อมเล็ดๆ”
เอออ เอา… “อมเล็ด” ละกันครับ ^_^!

xlrider-cycling-japan-011

หน้าตาของเจ้า “อมเล็ด” ดูน่ากินทีเดียว :mrgreen:
ตอนเด็กๆ คุณครูสอนผมว่า omelet = ไข่ดาว ซึ่งผมก็จำแบบนั้นมาตลอด
จนได้ไปเมืองนอกครั้งแรก ถึงได้รู้ว่า omelet != ไข่ดาว แต่มันคือ ไข่เจียวตะหาก!

Fried Egg = “ไข่ดาว”
Boiled Egg = “ไข่ต้ม” หรือ เรียกให้อินเทรนก็ “ไข่ตุ้ม”
Omelet หรือ Omelette – “ไข่เจียว”
Frittata = “ไข่เจียวใส่เครื่อง” ไข่เจียวชนิดนี้ มักจะใส่ พริกหยวก เห็ด หัวหอม และ ผักโขม
Scrambled egg = “ไข่คน” (กรุณาอย่าคิดลึก)
Poached egg = “ไข่ดาวน้ำ”

ประมาณ 7:00 ก็เริ่มเข้าเขตน่านฟ้าประเทศญี่ปุ่น
ถามว่านั่งอยู่ในเครื่องรู้ได้อย่างไร… เพราะ ผมมีจิตสัมผัส 555 :mrgreen:
จริงๆแล้ว…ผมดูจากยอดเขาฟูจิ ที่สูงเด่นอยู่เหนือเมฆในขณะนั้นเอา (ถ้าผมตาไม่ฝาดอะนะ)
มันช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ สำหรับคนที่มาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

xlrider-cycling-japan-013

ภูเขาไฟฟูจิ มันช่างดูยิ่งใหญ่ ทรงพลัง ไม่แปลกใจเหตุใด ฟูจิ จึงเป็นสัญลักษณ์นึงของญี่ปุ่น

xlrider-cycling-japan-015

ปกติผมชอบนั่งติดหน้าต่าง เพราะชอบมองโลกใบนี้ว่ามัน เป็นไปไงยัง
วิวมุมสูงของญี่ปุ่นนั้น ทำให้ผมตื่นตาตื่นใจอย่างบอกไม่ถูก อะไรมันจะเป็นระเบียบขนาดนั้น สุดยอดมาก

xlrider-cycling-japan-020

xlrider-cycling-japan-018

ดูภาพการจัดสรร และผังเมืองครับ เป็นระเบียบมากๆ 😯

xlrider-cycling-japan-021

ถึงสนามบิน Narita เป็นที่เรียบร้อย เจ้าหน้าที่บังคับให้ตรงเข้าตม.เลย
คนไทยเยอะมากๆ มีป้ายคำเตือน+แนะนำเป็นภาษาไทยโดยเฉพาะด้วย
แสดงว่าคนไทยมาเที่ยวญี่ปุ่นเยอะจริงๆ และอาจจะทำอะไรแย่ๆไว้เยอะ เค้าถึงเตือนเฉพาะคนไทย เหอะๆ
กว่าจะผ่าน ตม.ได้ใช้เวลาไปเกือบ 1ชม. นักท่องเที่ยวเยอะมาก (ดูคร่าวๆ 90% เป็นคนไทย O_o)
ผ่าน ตม.แล้วก็ตรงไปรับกระเป๋าได้เลย แค่แสดง boarding pass ให้เจ้าหน้าที่
แล้วรับกระเป๋าจักรยานได้เลย

ก่อนเดินออกไป มีเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นมาขอเปิดดูกระเป๋าของเรา เนื่องจากมันใหญ่ผิดปกติ
เราก็เปิดโชว์จักรยานสุดที่รักของเราให้เค้าดู พร้อมบอกเค้าว่า
“I will ride to fuji mountain jin jin na” ^_^
ดูเหมือนเค้าจะไม่ get มุข แต่ก็ปล่อยเราออกมา 😀

xlrider-cycling-japan-022

เมื่อผ่านทุกอย่าง ออกมาแล้ว สิ่งแรกที่เราทำคือ “แวะขรี้กันก่อน” ขรี้กันซะตั้งแต่หัววัน ตอนที่ยังมีโอกาศ
เพราะเดี๋ยวเราจะนั่งรถไฟแบบยาวๆ หากปวดขรี้กะทันหันอาจจะลำบาก 😯
อย่าลืมปรับเวลานาฬิกาด้วย ญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย +2 ชม.

รถไฟความเร็วสูง Shinkansen
ลงลิฟท์ไปซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองกัน

xlrider-cycling-japan-023

ซื้อตั๋วรถไฟไปลง สถานี ODAWARA
ขอบอกว่าดูแล้วงงมาก สถานีรถไฟมันจะเยอะไปไหน ถ้ามาเองอาจจะหลงไปแล้ว
ยังดีที่เรามี @JetAsiaStaff ซึ่งเคยมาญี่ปุ่นหลายครั้งแล้วช่วยซื้อตั๋วให้
ขนาด @JetAsiaStaff มาหลายครั้งแล้ว ก็ยังดูงงๆ เลือกสถานีไม่ถูก จนต้องเดินไปถามนายสถานี
“ นี่เราจะรอดกันไหมนะ ” 😯

xlrider-cycling-japan-025

xlrider-cycling-japan-024

xlrider-cycling-japan-026

@JetAsiaStaff ยื่นตั๋วให้ผม 3ใบ
1 Narita Express -> SHINAGAWA
2 Shinkansen SHINAGAWA -> ODAWARA
3 อันนี้ไม่รู้ มันมาด้วยกัน (T_T)

xlrider-cycling-japan-028

รถไฟญี่ปุ่นตรงเวลามาก ไม่สายแม้แต่นาทีเดียว เพราะงั้นซื้อตั๋วปุ๊บต้องรีบวิ่งทันที O_o
ความทุลักทุเล เริ่มบังเกิดตรงนี้แหละ ! 😡

โปรดจิตนาการณ์ตามข้าพเจ้า….

ของที่เราขนมาอันได้แก่ จักรยาน(ในถุง)+กระเป๋าท้าย2 ใบ+กระเป๋าหน้าแฮนด์ 1 ใบ
น้ำหนักรวม 32Kg ! แถมมีไอ้กระเป๋าจักรยานกว้างเมตรกว่าๆ
ต้องแบกทั้งหมดนี้เดินลงบรรได ไปขึ้นรถไฟ ทุลักทุเลมาก ขอบอกๆ แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายาม
(ท่านใดจะเจริญรอยตามพวกผม กรุณาซ้อมแบกสัมภาระมาจากบ้านด้วยนะครับ
เพื่อหาท่า clean and jerk ที่ถูกต้อง)

xlrider-cycling-japan-027

xlrider-cycling-japan-029

เราขึ้นรถ Narita Express แล้วเอาสัมภาระเข้าไปเก็บในช่องเก็บของ
เค้าจะมีที่วางของไว้ให้ มีตัวล็อกแบบใส่รหัสด้วยกันของหาย ส่วนกระเป๋าจักรยานหากซุกไม่ได้
ก็สอดไว้หลังเบาะครับ แล้วเราก็นั่งเฝ้าไว้เลย (^_^!)
(เราพบว่า กระเป๋าจักรยานแบบถอดล้อหน้า-หลัง เป็นขนาดที่ดีที่สุดแล้วในการเดินทางด้วยรถไฟ)

บนรถไฟมีรายงานสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ด้วย ดีจัง 😛
แต่…ขอโทษเถอะ ชื่อสถานีไม่ทำเป็นภาษาอังกฤษหน่อยเรอะ
แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าถึงรึยัง (>,<) xlrider-cycling-japan-035

xlrider-cycling-japan-030

มีเจ้าหน้าที่เดินตรวจตั๋วเป็นระยะๆ ป้องกันคนนั่งผิดตู้ ผิดขบวน(เหมือนเรา)
ตอนแรกขึ้นตู้ 9 พอเจ้าหน้าที่เห็นตั๋วเรา เค้าก็ไล่ให้ไปนั่งตู้ 1-6 😯
เพราะ มีเฉพาะ ตู้ 1-6 เท่านั้นที่จะจอดสถานี SHINAGAWA

ความซวยบังเกิดรอบ 2 ทันที ต้องแบกของทุกอย่าง ผ่านทางเดินแคบๆ ขนาด1คนผอม ผ่าน
ต้องเดินจากตู้9 มาตู้ที่6 ขึ้นตู้ผิดก็งี้แหละ ลำบากแท้ 😡

xlrider-cycling-japan-033

สภาพตอนนี้ @imooba แม้จะเหงื่อแตกพลัก แต่ก็ยังเริงร่าอยู่ ตื่นเต้นๆ
ดูจากการแต่งตัวแล้ว ยังกะจะไปเที่ยวทะเล ในขณะที่ข้างนอกอุณภูมิ 14องศา ไม่ดูกาลเทศะเอาซะเล้ยย :mrgreen:

xlrider-cycling-japan-034

xlrider-cycling-japan-037

xlrider-cycling-japan-038

ถึงแล้วววว สถานี SHINAGAWA รอต่อรถไฟShinkansen

xlrider-cycling-japan-039

xlrider-cycling-japan-041

เมื่อขึ้น Shinkansen แล้วจะไม่มีช่องเก็บสัมภาระ !
กระเป๋าจักรยานจึงต้องซุกไว้ในเบาะแถวหลังสุดเท่านั้น :mrgreen:

xlrider-cycling-japan-043

xlrider-cycling-japan-045

xlrider-cycling-japan-044

นั่ง Shinkansen ไป ODAWARA กันต่อ รถวิ่งเร็วมากนี่ซินะที่เค้าเรียก “รถไฟหัวกระสุน”
(จากข้อมูล Shinkansen สามารถวิ่งได้เร็วถึง 581 กิโลเมตร/ชั่วโมง โอ้ววว) 😯
นั่งไปพราง ก็นึกเรื่องขำๆ
ถึงแม้เมืองไทยจะไม่มี “รถไฟหัวกระสุน”
แต่เมืองไทยก็ยังมี “รถตู้หัวกระสุน” ที่วิ่งเร็วไม่แพ้รถใดๆ 555 😯

เมือง ODAWARA
Odawara-shi เป็นเมืองทางทิศตะวันตกในจังหวัด Kanagawa-ken ประเทศญี่ปุ่น
มีขนาดพื้นที่ 114.09 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่ตั้งของปราสาทโอะดะวะระที่มีชื่อเสียง (เค้าบอกมาแบบนี้)


Credit picture from : kanagawa area highlights website

13:20น. เราก็เดินทางมาถึง สถานีODAWARA
เดินหาที่เหมาะๆ ประกอบจักรยาน (เอามันหน้าป้อมตำรวจนี่แหละโล่งดี) 😈

xlrider-cycling-japan-046

ขณะประกอบจักรยานอยู่นั้น ได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวคนไทย ที่ยืนรอรถอยู่บริเวณนั้น
“เธอๆดูซิ คนญี่ปุ่น เค้าแบกจักรยานใส่ถุงมาด้วย สงสัยเค้าจะเอาไปทำงานต่างเมือง”

เอออ…ผมคนไทยครับพี่ คนญี่ปุ่นที่ไหนเค้าจะบ้าหอบฟางขนาดนี้ 😯
(ได้แต่คิดแต่ไม่ได้พูดไป เพราะรีบประกอบจักรยานอยู่ ปล่อยให้นักท่องเที่ยวคนไทยกลุ่นนั้น มโนหมู่กันต่อไป)

เนื่องจากเราห่อมาไม่ดี และเพราะต้องแบกขึ้นๆลงๆรถไฟ จุดกระแทกจึงเกิดขึ้นกับจานหน้า
ส่งผลให้ จานหน้าของผมบิ่นไป 2 ฟัน และ จานหน้าของ @JetAsiaStaff บิ่นไป 3 ฟัน
แก้ไขโดยหักฟันจานส่วนที่บิ่น ทิ้งไปเลย ไม่งั้นเกี่ยวโซ่ไม่ได้ (คราวหน้าต้องระวังมากๆๆๆ กว่านี้)

xlrider-cycling-japan-047

แธ่นแธนนนน “เต่าแดง คืนชีพแล้ว” 😈
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ไวเหมือน30นาที กว่าจะประกอบรถ 2 คันเสร็จ
เนื่องด้วย @JetAsiaStaff มีสกิลด้านจักรยานเพียงแค่ level 1 (จาก100)
และ…นั่นเป็นเหตุผลนึงที่ผมต้องมาในทริปนี้ด้วย เพราะต้องทำหน้าที่ช่างService ด้วย

xlrider-cycling-japan-048

xlrider-cycling-japan-049

xlrider-cycling-japan-050

บรรยากาศรอบๆ สถานีODAWARA

แผนที่เรามีชุดเดียวอยู่ที่ @JetAsiaStaff จึงต้องให้ @JetAsiaStaff ปั่นนำไป
แผนที่ที่ @JetAsiaStaff ปริ้นมานั้น ละเอียดมากๆ ถึงขั้นต้องใช้แว่นขยายส่องอ่านตัวหนังสือกันเลยทีเดียว
@JetAsiaStaff บอกผมว่าไม่ต้องเป็นห่วง “ เรามี google map ! ” 😯

xlrider-cycling-japan-052

ปั่นไปไม่ถึงไหน เบรกของ @JetAsiaStaff ก็มีปัญหา ต้องจอดตั้งเบรกกันใหม่

จุดที่น่าสนใจบริเวณนี้คือ ปราสาทโอะดะวะระที่มีชื่อเสียง (เค้าบอกมาแบบนี้)
สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1447 (โอ้ววว อายุกว่า 567ปี) อยู่ห่างจากสถานีODAWARA แค่ 300m

xlrider-cycling-japan-053

ทางเข้าปราสาทโอะดะวะระ
เราปั่นดูรอบๆ ไม่กล้าเข้าไปข้างใน เพราะไม่แน่ใจว่าจักรยานเข้าได้ไหม เห็นมีป้ายห้ามแต่เราอ่านไม่ออก
และตอนนี้เราช้ากว่ากำหนดการณ์มากแล้วต้องรีบทำเวลา
(มารู้ทีหลังว่าสามารถปั่นเข้าไปชมปราสาทได้ด้วย โคตรเสียดายเลย T_T)


Credit picture from : steviekunfoto website

เรามุ่งหน้ากันต่อสู่เทือกเขา Hakone
ระหว่างที่ปั่นอยู่นั้น เรารู้เลยว่า ฟุตบาทที่นี่ดีมากๆ มันถูกออกแบบมาสำหรับใช้ปั่นจักรยาน
และเดินเท้าได้จริงๆ ถึงแม้จะไม่เรียบ แต่ก็ไม่มีหลุม ไม่มีร่องให้สะดุด เกิดอันตรายขณะปั่น
สวรรค์ของนักปั่นจักรยานโดยแท้

xlrider-cycling-japan-054

คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับกฏจราจรเป็นอย่างมาก พวกเค้าเคารพคนเดินเท้า และคนปั่นจักรยาน
หากคุณกำลังจะข้ามถนน รถยนต์ทุกคันจะจอดให้ทันที โดยไม่มีทีท่าว่าจะรำคาญ
หากคุณกำลังปั่นจักรยาน บนถนนที่ไม่มีฟุตบาท รถยนต์ทุกคันจะเว้นระยะห่างจากคุณ
และจะไม่ยอมแซงเด็ดขาด (ถึงแม้เลนขวาจะไม่มีรถสวนมาก็ตาม ไม่น่าเชื่อใช่มะ)
พวกเค้าจะขับตามคุณไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีทางฟุตบาทให้เราขึ้นไปปั่น
พวกเค้าถึงจะแซงจักรยานไป สุดยอดมากๆ
(ถ้าเป็นเมืองไทย คงโดนบีบแตรด่า ตะโกนด่า ขับปาดหน้าไปแล้ว โชว์นิ้วกลางไปแล้ว)

xlrider-cycling-japan-055

ผมเชื่อว่าต่อให้เราหลับตาเดินข้ามถนนในญี่ปุ่น ก็จะไม่โดนรถชนตายเด็ดขาด
คนขับรถยนต์เคารพคนเดินเท้า และ คนเดินเท้าเคารพคนขับรถยนต์ ไม่วิ่งตัดถนน ข้ามเฉพาะจุดให้ข้าม
ทุกคนเคารพกฏจราจรอย่างเคร่งครัด มันจึงทำให้ประเทศนี้ การจราจรดูปลอดภัยมากๆ

xlrider-cycling-japan-058

เจอเพื่อนนักปั่นชาวญี่ปุ่นด้วย เราทักทายเค้าเป็นภาษาEng แต่เค้าตอบเรากลับเป็นภาษาญี่ปุ่น(ล้วนๆ)
ไม่น่าเชื่อว่าจะมั่วจนคุยกันรู้เรื่อง ! 😯
ด้วยความสามารถในการแปลภาษาญี่ปุ่น ที่ได้ล่ำเรียนมาจาก การดูหนังญี่ปุ่นทุกคืน
แปลแบบมั่วๆได้ใจความว่า
“ข้างหน้าเป็นภูเขา แล้วก็ภูเขา”
“คุณจะปั่นไปฟูจิ แล้วปั่นกลับไปโตเกียวจริงๆเหรอ มันยากมากนะ พวกคุณสุดยอดเลย!”

เค้าหยิบ ขนมมาแบ่งให้เรากิน 2ชิ้น ใจดีมากๆเลย พร้อมกับอวยพรให้เราโชคดี 😀

xlrider-cycling-japan-056
เบื้องหน้าของเรานั้นคือ ภูเขาฮาโกเน่ (Hakone)

ข้อมูลการท่องเที่ยว
ฮาโกเน่ (Hakone) เมืองแห่งขุนเขา ทะเลสาบสวยงาม และออนเซ็น
ฮาโกเน่ตั้งอยู่ในจังหวัดคานางาวะ (Kanagawa)
Kanagawa นั้นเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญแห่งนึงของญี่ปุ่น เนื่องด้วย มีทะเลสาบถึง 5แห่ง
ที่สามารถมองเห็น ภูเขาไฟฟูจิ ได้อย่างสวยงามและชัดเจน

ทะเลสาบทั้งห้าแห่งฟูจิ (Fuji Five Lakes) (富士五湖, Fujigoko)
ทะเลสาบทั้งห้า ตั้งอยู่รายรอบภูเขาไฟฟูจิ เป็นแหล่งตกปลา แคมป์ปิ้งและรีสอร์ท มีที่พัก
คอยให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่โดยรอบ

ทะเลสาบทั้งห้าแห่งฟูจิ ได้แก่
ทะเลสาบฟูจิโงะโกะ (Fujigoko)
ยามานากะโกะ (Yamanakako) (เค้าบอกว่า Yamanakako ใหญ่สุด+สวยสุด)
คาวางูจิโกะ (Kawaguchiko)
ไซโกะ (Saiko)
โชจิโกะ (Shojiko)
โมโตสุโกะ (Mototsuko)


Credit picture from : japan-guide website

ซึ่งจากทะเลสาบทั้งห้านี้ สามารถมองเห็นวิวอันสวยงามของ ภูเขาไฟฟูจิ ได้อย่างชัดเจน

ขุนเขา ฮาโกเน่ (Hakone) นั้นมีอะไรดี ? ทำไมเราถึงต้องถ่อสังขารมาถึงที่นี่ ?

ฮาโกเน่ นั้นมีชื่อเสียงในด้านของน้ำพุร้อน Onsen บนเขาจึงมีโรงแรมมากมาย
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะมาพักเรียวกัง พร้อมทั้งแช่น้ำพุร้อนกลางแจ้ง ชมวิวฟูเขาไฟฟูจิ
และด้วยความที่มันไม่ไกลจาก tokyo นักท่องเที่ยวจึงมาที่นี่กันมาก

บนเขา ฮาโกเน่ นั้นยังมีกิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย
Open Air Museum, Pola Museum ,นั่งกระเช้าลอยฟ้าไป บ่อน้ำพุร้อน Owakudani กินไข่ดำ
นั่งเรือโจรสลัดชม ทะเลสาบAshinoko,ศาลเจ้า Hakone ,สวนดอกไม้ Gora Park
และที่ดูจะเป็น ไฮไลท์คือ นั่งรถไฟสายคลาสิก Hakone Tozan Railway

น่าสนใจใช่มั้ยละ !!!!

ไอ้ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น….
เรา
.
.
.
ไม่ได้ไป !
แค่ปั่นผ่านเฉยๆ (ก็เค้าให้มาทำงานนี่ ) 😥
เค้าบอกว่าจะเที่ยวให้ครบต้องใช้เวลาถึง 2 วันเลยที่เดียว ซึ่งเวลาไม่พอ เพราะเรามีเวลาแค่ครึ่งวัน
แค่ markจุดแล้วปั่นๆ ผ่านมันไป ลืมมันซะ 😥

xlrider-cycling-japan-063

xlrider-cycling-japan-064

สถานี Hakone-Yumoto จุดซื้อตั๋วรถไฟ สายคลาสิก Hakone Tozan Railway

xlrider-cycling-japan-059

xlrider-cycling-japan-065

ใกล้กันนั้นมี Hakone Yumoto Bridge สีแดงเป็นสง่า อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับสถานีรถไฟ

เราปั่นขึ้นเขาไปเรื่อยๆ อากาศดีมากๆ กำลังเย็นสบาย :mrgreen:
ทางขึ้นเขาเป็นถนน 2 เลนวิ่งสวนทางกัน ไม่มีไหล่ทาง เหมือนถนนในบ้านเรา

xlrider-cycling-japan-066

เส้นเหลืองทึบบนถนนนี่แปลว่าแซงได้นะครับ ส่วนเหลืองขาวนี่ห้ามแซง (ผมเดาเอานะ)

เชื่อหรือไม่ ?
ขณะที่เราปั่นขึ้นเขาอยู่นั้น ไม่มีรถยนต์แซงเราเลย ยิ่งถ้าจุดไหนมีป้ายห้ามแซงปักเอาไว้
เค้าขับตามเราตลอด ถึงแม้เราจะปั่นช้าแค่ไหนก็ตาม (ช้าเพราะปั่นขึ้นเขา)
และ ถึงจะไม่มีรถวิ่งสวนทางลงมา เค้าก็ไม่ยอมแซง จนพวกเรารู้สึกเกรงใจคนขับรถยนต์มากๆ
ระเบียบวินัย และการเคารพกฏจราจรที่นี่ เป๊ะมากๆ ไม่มีบีบแตรไล่ หรือ ตะโกนด่า
รถยนต์บางคันมีเปิดกระจก ตะโกน Fighto! Fighto! ให้กับ @JetAsiaStaff
(ด้วย @JetAsiaStaff นั้นมีสกิลด้านจักรยานเพียงแค่ level 1 แถมไม่ซ้อมก่อนมา
จึงทำให้เค้า ต้องเข็นจักรยานขึ้นเขามา อย่างช่วยไม่ได้ คริคริ ) 😆

xlrider-cycling-japan-068

xlrider-cycling-japan-070

xlrider-cycling-japan-069

ระหว่างจอดรอด @JetAsiaStaff ผมก็ขึ้นมารอถ่ายภาพ รถไฟ สายคลาสิก Hakone
รอตั้งนานกว่ารถไฟจะมา พอรถไฟมาถ่ายไม่ทัน ภาพเบลอซะงั้น เศร้าไป 😯

xlrider-cycling-japan-074

xlrider-cycling-japan-076

xlrider-cycling-japan-079

xlrider-cycling-japan-082

เรามาช่วงดอกซากุระ บานพอดี สวยมากๆ :mrgreen:

xlrider-cycling-japan-083

xlrider-cycling-japan-085

ยอดเขา Hakone นั้นสูงจาก ระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,357m คิดง่ายๆก็ครึ่งนึงของดอยอินทนนท์บ้านเรา
(ดอยอินทนนท์ สูงจาก ระดับน้ำทะเล 2,565m)
ผมก็ไม่ได้ขาแรงนะ สำหรับผม ผมคิดว่า… เขาลูกนี้ปั่นขึ้นไม่ยาก แบกของประมาณนี้ ปั่นจริงๆ 2-3 ชม. ก็จบ!
สำหรับคนที่ปั่นเป็นประจำ แต่จะยากมากสำหรับ มือใหม่หรือคนที่ไม่ค่อยปั่นจักรยาน

xlrider-cycling-japan-088

xlrider-cycling-japan-089

ผมจอดรอ @JetAsiaStaff เป็นระยะๆ (ระหว่างนั้น @JetAsiaStaff กำลังเข็นขึ้นเขามา คริคริ )
ดูจากสภาพแล้ว ไม่น่ารอด! 🙄

เราเจอกลุ่มนักวิ่งบนเขาด้วย สุดยอดจริงๆ 😯

xlrider-cycling-japan-090

ตอนนี้เราอยู่กลางหุบเขา 10องศานิดๆ ลมแรง ความหนาวเริ่มมาเยือน
และ…ตอนนี้ผมมีแค่ เสื้อยืดJetAsia (ที่เค้าแจกมาให้ใส่ในทริปนี้ แค่ตัวเดียว)
ปกติผมใส่เสื้อเบอร์ M แต่พี่เค้าใจดี กลัวผมใส่ไม่ได้เลยเพิ่มเบอร์ให้เป็นพิเศษ XXL
(ดีใจน้ำตาจิไหล ขอแชร์นะครัช) 😯
ปั่นไปลมก็พัดไป เย็นตั้งแต่หัวนมไปถึงพุง ด้านชากันไปเลยทีเดียว 😳

อย่ากระนั้นเลย ไม่ไหวแระ เลยควักเสื้อจักรยานมาใส่ เพิ่มอีกตัวนึง
ใส่ถุงแขนกันแดดด้วย(ตอนนี้เอามากันหนาวแล้ว) แล้วคลุมทับด้วยเสื้อกันลมอีกชั้น
ก็พอไหวอยู่นะ ปั่นๆไปเหงื่อออกมันไม่หนาวหรอก

xlrider-cycling-japan-081

xlrider-cycling-japan-091

xlrider-cycling-japan-093

xlrider-cycling-japan-094

xlrider-cycling-japan-095

xlrider-cycling-japan-096

หมู่บ้านอะไรซักอย่าง ต้นซากุระเพียบเล้ยยยยย สวยจนต้องจอดถ่ายรูป

xlrider-cycling-japan-103

xlrider-cycling-japan-098

xlrider-cycling-japan-099

xlrider-cycling-japan-101

18:40 น. งานสำรวจเราเสร็จแล้ว แต่…เรายังคงอยู่บนเขา Hakone ฟ้าเริ่มมืด
ระยะทางตอนนี้เราปั่นมารวมๆแล้ว ~ 25km ใช้เวลาไป 5ชม.กว่าๆ
และเราช้ากว่ากำหนดการณ์มาก ยังไม่ถึงครึ่งทางที่วางแผนไว้ และโรงแรมที่จองไว้
อยู่ห่างจากเราประมาณ 50Km ! (ขุ่นพระ ยังเหลืออีก 50Km !) 😯

xlrider-cycling-japan-106

xlrider-cycling-japan-108

ซึ่ง…จริงๆ ผมก็คิดไว้อยู่แล้วละ ว่าต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ จึงมีไฟฉายติดมาด้วย
ช่วยส่องสว่างเวลาปั่นกลางคืนได้ แต่ยิ่งดึกยิ่งหนาวนี่ซิ มือเริ่มแข็งซะละ

xlrider-cycling-japan-109

xlrider-cycling-japan-111

มันคือ…ป้ายอะไรเนี่ย ! 😯

xlrider-cycling-japan-112

xlrider-cycling-japan-113

ขอบอก ว่าตอนนี้หลอนมาก บนเขาไม่มีบ้านคนเลย
ก็แหงละ จะมีบ้านคนได้ไง เพราะเขาHakone เป็น อุทยานแห่งชาติฟูจิ ฮาโกเนะ อิสุ
(Fuji-Hakone-Izu National Park)

xlrider-cycling-japan-107

เรายังคงปั่นกันขึ้นเขาต่อไป ในความมืด นานๆจะมีรถยนต์วิ่งผ่านมาซักคัน
ถึงแม้จะมืดขนาดไหน แต่เราก็ยังรู้สึกว่ามันปลอดภัย อาจเป็นเพราะบรรยากาศของญี่ปุ่น
ที่ดูเป็นระเบียบ ปลอดภัย ถนนก็ดี ตั้งแต่ปั่นมายังไม่เจอหลุมบนถนน หรือฟุตบาทเลย
สังเกตุว่าไม่มีหญ้ารกๆข้างทาง แถมยังมีไฟถนนตลอดทาง

xlrider-cycling-japan-110

~21:00 เราก็ขึ้นมาถึงยอดเขา Hakone 😀
หลังจากนี้ จะเป็นทางลงเขายาวๆ ไปจนถึงเมือง GOTENBA
@JetAsiaStaff ดีใจมากที่สามารถพาตัวเองมาจนถึงยอดเขาได้
(ผมก็ดีใจที่เค้ายังมีชีวิตอยู่! ไม่โดนรถสอยไปกิน เพราะถนนมืดมาก)

ชีวิตคนเรา มีขึ้น-มีลง เสมอ
ขอเพียงเราไม่ท้อหรือหมดกำลังใจ เป้าหมายที่ฝันไว้ ยังไงก็เป็นของเรา

ปั่นจักรยานก็เช่นเดียวกัน เหนื่อยตอนขึ้นเขา
แต่สบายตอนลงเขา ขอเพียงเราสบาย แล้วไม่ประมาท
ปลายทางที่เราคาดหวังไว้ ก็จะถึงดังฝันได้อย่างปลอดภัย

ตอนนี้ อากาศน่าจะ 7-8 องศา อยู่บนเขา หนาวมากๆ ยิ่งตอนไหลลงเขามาแล้ว
เจอลมพัดเขาไป ยิ่งหนาวจับใจ พวกเราทนไม่ไหวจนต้อง จอดรถใส่เสื้อเพิ่ม
อนิจจา @imooba มีแต่เสื้อยืดเท่านั้น ก็เลยใส่ทับๆมันเขาไป โชคดีที่ติดกางเกงขายาวมาด้วย
เลยใส่ทับเข้าไปอีกชั้น ถุงมือครึ่งนิ้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นแบบเต็มนิ้ว เพราะมือเย็นแข็งมาก
ผ้าbuff 2 ผืนถูกงัดขึ้นมาใส่ทับเข้าไป ชม.นี้มีอะไรก็ใส่ๆเข้าไป

ลงเขาเพียงแค่ 15นาที ก็ถึงตัวเมือง GOTENBA
(ขึ้นเขา 5ชม แต่ลงเขาแค่ 15นาที เห่อๆ ลงเขาแบบดิ่งท้านรกกันมาก)
ทางก็มืด ไฟหน้ารถก็ไม่สว่าง ไมล์ก็ไม่มี เบรกไม่ต้องพูดถึง น้ำหนักรถ+สัมภาระขนาดนี้
แทบจะเอาไม่อยู่ จริงๆต้องชมถนนญี่ปุ่นเลยนะ ว่าไม่มีหลุม และมีโค้งรับความเร็วตลอด
เลยทำให้เราลงเขาด้วยความเร็วสูง แต่ก็ยังปลอดภัย

20140413_210617(1)

xlrider-cycling-japan-116

xlrider-cycling-japan-115

ผ่านตัวเมือง GOTENBA มุ่งหน้าต่อไปยัง ทะเลสาบ Yamanakako
เพื่อต่อไปยัง ทะเลสาบ Kawaguchiko (โรงแรมที่ทีมงานจองไว้ อยู่ที่นั่น)
ใครเป็นคนลากเส้นทางฟระ 70km ข้ามเขาเนี่ย…อยากจิรู้จริงๆ 😡

xlrider-cycling-japan-117

แวะทานข้าวกันก่อน เพราะตั้งแต่ขึ้นเขามายังไม่ได้กินข้าวกันเลย
อาหารมื้อแรกในญี่ปุ่นของผม “ข้าวกล่องเซเว่น” หน้าตาดูดีทีเดียวแต่หิวมากเลยไม่ได้ถ่ายภาพไว้

ตอนนี้ ต้องวางแผนกันใหม่ ดูจากแผนที่แล้ว เราปั่นมาแล้ว ~39km
ยังเหลืออีก ~30km จะถึงโรงแรม และหนทางข้างหน้าดูจาก google map แล้ว
เป็นทางขึ้นเขาอีกแน่นอน แต่คงไม่ชันเท่า Hakone
” จะไปกันต่อ หรือ กลับไปหาโรงแรมนอนที่ ในตัวเมือง GOTENBA ?”

สรุป เราไม่ได้ไปต่อ!
ถ้าไปต่อคงถึงโรงแรมประมาณ ตี3-4 แล้วพรุ่งนี้อาจปั่นต่อไม่ได้
ระหว่างนั่งกิน ข้าวกล่องเซเว่น อยู่นั่นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็น ทางเข้าโรงแรม
Hotel green plaza fuji อยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี ตกลงเอาโรงแรมนี้ละกัน ใกล้ดี
(คืนนี้ต้องออกเงินกันเองเพราะไปไม่ถึงโรงแรมที่ ทีมงานจัดไว้ให้)

กินข้าวเสร็จแล้ว ก็ปั่นเข้าโรงแรม ทางเข้ายาวประมาณ 1km หลอนมากมืดตึ๊บเลย
ผ่านป่าไผ่สูงๆ ลมพัดป่าไผ่โบกไปมา บ้านคนก็ไม่มี
บอกตรงๆตอนนี้ไม่รู้สึก กลัวโจร แต่กลัวผีมาก!
(แต่มานึกๆดู ถ้าโดนผีญี่ปุ่นหลอก ผมจะรู้ตัวไหมว่าโดนผีหลอก เพราะฟังผีพูดไม่ออก?)

xlrider-cycling-japan-118

ท่ามกลางความมืดของป่าไฝ่ เราก็เจอแสงสว่างเล็กๆ
Hotel green plaza fuji อยู่ที่นั่งเอง เหอะๆ ยังกับฉากในหนังเรื่อง Biohazard
โรงแรมดูสลัวๆ ทุกอย่างเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่พนักงานตอนรับ เพราะมัน 22:30น.แล้ว
เราเคาะประตูอยู่ซักพัก ก็มีพนักงานต้อนรับเป็นลุงแก่ๆเดินออกมา ไม่พูดEng อีกตะหาก
แต่ก็มั่วๆกัน จนได้ห้องพักมาคืนนึง (ราคาก็ไม่บอกด้วยนะ ว่าเท่าไร)
ตอนนี้ไม่สนใจอะไรแล้ว หนาวก็หนาว ขออาบน้ำแล้วซุกตัวในผ้าห่มอุ่นๆ ก่อนก็พอ
พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่…

Screen Shot 2557-04-24 at 19.50.26

เค้าทั้ง 2 จะปั่นไปถึง ภูเขาไฟฟูจิ ได้ตามแผนได้หรือไม่ ?
วันนี้ 39km ยังใช้เวลาไป 7ชม.ครึ่ง แล้วพรุ่งนี้ ภูเขาFuji-tokyo ระยะ ~100km
จะเป็นไปได้อย่างไร ?

โปรดรอติดตาม การเดินทางของพวกเค้าในตอนต่อไป…
มหากาฬเรื่องยาวมากกกก เล่าได้จนลูกบวช! 😯

xlrider-cycling-japan-continued2

อ่านย้อนหลังได้ที่นี่ครับ

ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 1)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 2)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 3)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึก special night)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 4)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 5) วันสุดท้ายของการเดินทาง