ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 1)

ในกลางดึกของคืนนึง ผมได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของ JetAsia
ให้ไปช่วยสำรวจเส้นทาง สำหรับจัดทัวร์จักรยานที่ประเทศญี่ปุ่น ตามโครงการ *bike to fuji
บินฟรี พักฟรี กินอยู่ฟรี แต่ต้องช่วยเค้าทำงาน แค่ฟังก็ขนลุกซู่แล้ว
แน่นอนว่า ถ้าผมปฏิเสธก็บร้าแล้ววว  😈
(ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่ผมตั้งใจว่าซักครั้งหนึ่งในชีวิต จะต้องไปเที่ยวที่นี่ให้ได้
ดูเหมือนว่าฟ้าจะเป็นใจให้ผมได้ไปซินะ)

1965629_10202745889162069_49467047_o

* โครงการ Bike to fuji
เป็นโครงการนำร่องเพื่อโปรโหมต สายการบิน JetAsia จากเดิมที่เป็นสายการบิน แบบเช่าเหมาลำ
ขณะนี้ JetAsia กำลังจะเปิดเป็นสายการบินพาณิชย์ แบบเต็มรูปแบบ ที่คนทั่วไปสามารถจองตั๋วได้ผ่านหน้าเว็ป

กำหนดการณ์
การเดินทางในครั้งนี้ ต้องไปกับทีมงาน JetAsia 1 คน
(ช่างภาพเพื่อถ่ายspotโฆษณา ผมขอเรียกเค้าว่า @JetAsiaStaff )
เดินทางด้วยรถไฟ แล้วต่อด้วยจักรยาน ในลักษณะทัวร์ริ่งแบกสัมภาระเองไม่มีรถ service
ทางJetAsia มีเส้นทางพร้อมแผนที่กำหนดไว้แล้ว เราต้องปั่นตามที่เค้ากำหนดเพื่อสำรวจความเป็นไปได้
และ plot จุดน่าสนใจลงไปในแผนที่เพิ่มเติม
กำหนดการณ์เดินทางคือ 12-16/4/2013
(ไฟร์ทบินเช้าวันที่13 ตี1:00 กลับวันที่16 13:00 เท่ากับว่าอยู่ญี่ปุ่นแค่ 3วันเท่านั้น)

ก่อนวันเดินทาง
เช็กรถอีกครั้งก่อนเดินทางไกล จักรยานที่ผมนำไปปั่นในครั้งนี้คือ
Surly Disc trucker สีแดงคันนี้ (ผมตั้งชื่อมันว่า “เต่าแดง”)
(จักรยานคันนี้ 98% ผมประกอบเองทั้งคัน มั้นใจได้ว่า ถ้ามันพังผมจะซ่อมได้ทุกจุด)  :mrgreen:

20140411_135047

วันนี้ต้องไปรับกระเป๋าสำหรับใส่จักรยานที่สำนักงาน JetAsia เพื่อมาแพกจักรยานก่อนวันเดินทาง
เป็นกระเป๋าใส่จักรยานยี่ห้อ VINCITA แบบถอดล้อหน้า-หลัง ใบใหญ่มาก 125x100x15cm.
ข้างในโดยรอบบุด้วยโฟมหนา 5 มม. น้ำหนักโดยประมาณ 2.5Kg  😯

20140411_131615

เรื่องกระแทกคงไม่น่าเป็นห่วง เพราะเราโหลดจักรยานขึ้นเครื่องแบบ extra baggage
ถ้าห่อดีๆคงไม่มีอะไรแตกหัก (โหลดของขึ้นเครื่องยังไงก็ต้องทำใจเรื่องรถเป็นรอยอยู่แล้ว)
ขอแค่จักรยานไม่มีอะไรแตกหักเสียหายก็พอ  😕

แต่ที่ผมเป็นห่วงตอนนี้ คือ….
ตลอด3 วันเดินทาง เราต้องแบกเจ้ากระเป๋าใส่จักรยานนี้ไปด้วย เพราะไม่มีที่ฝากของ
และบางช่วงของการเดินทางจำเป็นต้องใช้ขนจักรยานขึ้นรถไฟ
(รถไฟญี่ปุ่นทุกขบวนจะไม่ยอมให้นำจักรยานขึ้นไป นอกจากจะมีผ้าคลุมหรือห่อมาแล้วเรียบร้อย)

20140411_225857~01

ทดสอบ load test นี่พับเล็กสุดแล้ว….ดูกีทีๆ ก็น่าเป็นห่วงจริงๆ  😕
ถอดประกอบจักรยาน ลองแพกจักรยานใส่กระเป๋าอยู่หลายรอบ เพื่อความชำนาญ
จักรยานจะต้อง pack ใส่กระเป๋า มาจากบ้าน และปล่อยลมยางออกให้หมด
แนะนำให้ห่อพลาสติกbubble บริเวณที่กลัวว่าจะเป็นรอย และส่วนสำคัญสุด ตีนผี ,จานหน้า
ต้องห่ออย่างดี (ย้ำว่าอย่างดี) เพราะมันคือส่วนที่ต้องวางกับพื้น
ที่แนะนำเป็นพลาสติกbubble เพราะว่าน้ำหนักเบาม้วนได้ เมื่อแกะแล้วต้องพกไปด้วย
ไม่งั้นขาบินกลับจะไม่มีให้ใช้ หาซื้อไม่ได้อีก

วันออกเดินทาง
ไฟร์ทบินเช้าวันที่13 ตี1:00 เพราะงั้น เราต้องมา check in ตั้งแต่วันที่12 21:00น.
ผมไปพบเจ้าหน้าที่ JetAsia (ที่ต้องไปด้วยกัน) ที่บ้านของเค้า แล้วนั่งรถมาด้วยกัน

20140412_210640

ช่วงนี้ตรงกับวันหยุดยาวสงกรานต์ คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศเยอะมากกกก ต้องเผื่อเวลา
check in และโหลดกระเป๋าด้วย คิวยาวววมาก  😡

xlrider-cycling-japan-002

xlrider-cycling-japan-001

(ย้ำว่า จักรยานจะต้อง pack ใส่กระเป๋า มาจากบ้าน)

การชั่งน้ำหนักกระเป๋า จะคิดรวมน้ำหนักจักรยานเข้าไปด้วย เช่น
ทัวร์จักรยานของ JetAsia ให้น้ำหนักที่ 23Kg. ดังนั้น จักรยาน+กระเป๋าอื่นๆ ต้องไม่เกิน 23Kg.
ท่านต้องชั่งมาจากบ้านครับไม่งั้นจะน้ำหนักเกิน ถ้ารู้ว่าน้ำหนักเกินให้ซื้อน้ำหนักเพิ่มตั้งแต่ตอนจองตั๋วครับ
อย่ามาซื้อตอนชั่งมันจะแพงมากกก จนน่าตกใจเลยละ (T_T)

ตัวอย่างการคำนวณน้ำหนัก
จักรยานSurly + rack = 16Kg.
กระเป๋าใส่จักรยาน VINCITA = 2.5kg (อย่าลืมคิดเจ้ากระเป๋านี่ด้วยเป็นภาระชัดๆ)
กระเป๋าหลัง ortlieb ใบ1 ใส่อะไหล่ซ่อมจักรยาน +เสื้อผ้า = 6Kg.
กระเป๋าหลัง ortlieb ใบ2 ใส่เสื้อผ้า+เสื้อกันลมฝน = 6Kg. (ไม่คิดน้ำหนัก เพราะถือขึ้นเครื่อง)
กระเป๋า ortlieb handlebar ใส่กล้อง+ของอื่นๆ = 2Kg. (ไม่คิดน้ำหนัก เพราะถือขึ้นเครื่อง)
น้ำหนักทั้งหมด 16 +2.5 +6 = 24.5Kg อ่าวววว น้ำหนักเกิน!
โชคดี…ที่มากับ เจ้าหน้าทีJetAsia หาไม่แล้ว…ได้จ่ายค่าน้ำหนักเพิ่มแน่ๆ  😯

xlrider-cycling-japan-003

หลังจากชั่งกระเป๋า รับboarding pass แล้ว
เจ้าหน้าที่จะติดสติกเกอร์ “ระวังแตก” ที่กระเป๋าจักรยาน
จากนั้น จะมีเจ้าหน้าที่พาเราไปที่ช่อง “ส่งกระเป๋าเกินขนาด” เค้าจะสแกนรถของเรา
และรับจักรยานของเราไป

xlrider-cycling-japan-004

xlrider-cycling-japan-006

ช่วงระหว่างรอก็ไปเดินเล่น duty free และหาที่นั่งรอไปพรางๆ

xlrider-cycling-japan-005

เราเช่า wifi hotspot ไปด้วย เพื่อให้เราไม่พลาดการติดต่อสือสารเมื่อเดินทางในญี่ปุ่น
อัตราค่าเช่าประมาณ 280บ./วัน ใช้เชื่อมต่อกับมือถือกี่เครื่องก็ได้
ถ้าต้องเดินทางไปต่างประเทศ แล้วมี “อากู๋” ไปด้วย จะช่วยให้เราสบายใจยิ่งขึ้น

เนื่องจากผมไม่อยากแบกสัมภาระไปเยอะ เลยมาแบบlightweight แบบสุดๆ
เสื้อยืด รองเท้าแตะ ใส่หมวกจักรยาน และสะพายกระเป๋าortlieb (ใครๆก็มอง 555)

เจ้าหน้าทีJetAsia ถามผมว่า
“คุณ @Imooba จะไปชุดนี้จริงๆหรือครับ ญี่ปุ่นช่วงนี้กลางวัน 14องศา กลางคืน 8องศา ฟูจิหิมะตก นะครับ!”

ตอนนี้ ผมเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า…ทำไมชาวบ้านมองผมแปลกๆ
ชาวบ้านรอบๆตัวผมที่รอขึ้นเครื่อง ใส่กางเกงขายาว เสื้อโคท บางคนสวมบูท
” อืมมมม นี่ผมพลาดอะไรไปแล้วซินะ ! ”  😯

ระหว่างรอขึ้นเครื่องที่เกท อยู่นั่นสายตาก็เหลือบไปเห็น ความมักง่ายของมนุษย์บางคน…
เปิดฝาชาร์ทแบท เอาแบบนี้เลยนะ บางที…มันก็เกินไปนะ  👿

xlrider-cycling-japan-007

ถึงเวลาขึ้นเครื่อง

xlrider-cycling-japan-008

xlrider-cycling-japan-009

ตี 1 แล้วขอนอนก่อน พรุ่งนี้เช้าเจอกัน

@imooba จะเอาชีวิตรอดจาก อุณภูมิ 14องศา ได้ยังไงกะเสื้อยืดไม่กี่ตัว ?
@JetAsiaStaff จะพาไปทัวร์ที่ไหนบ้าง ขณะนี้ไม่มีใครรู้ ที่รู้ตอนนี้คือ..ผมไม่มีแผนที่!
พวกเค้าทั้งคู่จะนั่ง รถไฟShinkansen ถูกขบวนหรือไม่ ?

โปรดรอติดตาม การเดินทางของพวกเค้าในตอนต่อไป…
มหากาฬเรื่องยาวมากกกก เล่าได้จนลูกบวช!   😯

xlrider-cycling-japan-009

อ่านย้อนหลังได้ที่นี่ครับ

ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 1)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 2)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 3)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึก special night)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 4)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 5) วันสุดท้ายของการเดินทาง