EBC + Island peak 2016 #4

ตอนที่ 4 นมัสเต เนปาล ( สวัสดีเนปาล )

28 มีนาคม 2016 (6วัน ก่อนเดินทาง)
เค้ารางแห่งความซวยเริ่มมาเยือน…
ลูกสาวผมเป็นหวัด
และ….
ผมเริ่มติดหวัดลูกสาวมา
ไข้ขึ้น ไอหนัก และ เจ็บคอ
ผมรีบอัดยาทันที กลัวเป็นหนักกว่านี้
(ตั้งหลายเดือน ไม่เป็นไร พอจะเดินทางป่วยซะงั้น
อะไรฟระเนี่ย !!!)

30 มีนาคม 2016 (4วัน ก่อนเดินทาง)
อาการยังไม่ดีขึ้น ไข้ลงแล้ว แต่ยังไออยู่
ผมรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะใกล้วันเดินทางแล้ว

หมอจัดยาให้ผมชุดใหญ่
ผมขอใบรับรองแพทย์ ย้ำให้หมอเขียนเป็นภาษาอังกฤษ
ซองยาทุกอัน ช่วยเป็นภาษาอังกฤษด้วย
เกรงว่าไปถึงเนปาล แล้วหากโดนตรวจกระเป๋า
จะได้เอาให้ดูได้ว่า ยาที่ขนมานี่ ยาแก้หวัดนะ
ไม่ใช่ยาเสพติด !!!

2 เมษายน 2016 (วันเดินทาง)
ณ เวลานี้….ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแล้ว
ผมหอบยาแก้หวัดไปกินด้วย

กำหนดบิน 02 APR FLIGHT TG 319 10:15 น.
SUVARNABHUMI INTL- KATHMANDU TRIBHUVAN INTL
คาดว่าจะถึงกาฐมาณฑุ เวลา 12:25

ผมนัดคุณจ๊อบไว้ 8:00 น. ที่หน้าคอมโด เดี๋ยวรับไปด้วยกัน

เมื่อไปถึง ทำไมกระเป๋าคุณจ๊อบใบเล็กกว่าผมฟระ
คุณจ๊อบ บอกว่าการบินไทยมันโหลดกระเป๋าได้ไม่เกิน 30Kgนะ
(ซวยละ ผมลืมชั่งน้ำหนักกระเป๋ามาก่อน)

ระหว่างนั่งรถไปด้วยกัน เราคุยกันเรื่อง แผนเดินทาง
คุณนายนั่งฟังๆ เริ่มจับใจความได้ว่า เราจะไปปีนเขากัน

คุณนาย : ไม่เห็นบอกเลยว่าจะไปปีนเขา ?
(บรรยากาศมาคุทันที…)
ผม : ก็ไปเดิน trekking ชมวิว มันก็ต้องมีไต่ภูเขาบ้าง
ไม่อันตรายหรอก..
คุณนาย : …..
(คุณนาย ไม่พูดอะไรมาก เพราะคุณจ๊อบนั่งรถมาด้วย)

คุณนาย : จะทำอะไรก็คิดถึงหน้าลูก หน้าเมียไว้ด้วย
ถึงแล้วก็ line มาบอกด้วย

รอดแล้ว !!!!!
เทคนิคป้องกันเมียด่า คือให้พาเพื่อนนั่งรถมาด้วย 555

ถึงสุวรรณภูมิ เราเปิดกระเป๋าเช็กของ และเอกสารครั้งสุดท้าย
เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะไม่ลืมเอาอะไรไป
ผมหยิบถุงนอน, powerbank และ ของกินบางส่วนออก
กลัวว่าน้ำหนักกระเป๋าจะเกิน
มีทำpatch ทีมด้วยนะ สังเกตุดีๆที่กระเป๋า อิอิ

Check in เรียบร้อย ถ่ายรูปกะลูกสาวไว้หน่อย
ก่อนกลับ คุณนายยังย้ำคำเดิม
“ทำอะไรก็คิดถึงหน้าลูก หน้าเมียไว้เยอะๆ”
เหอะๆ (^_^!)

ผมกะคุณจ๊อบ ไม่ได้นั่งข้างกัน เพราะไม่ได้จองตั๋วพร้อมกัน
อย่าถามว่า ทำไม…ไปเที่ยวด้วยกัน ไม่นั่งด้วยกัน
หึหึหึ ไม่อยากจะเหลา เรื่องมันยาว
จองไม่พร้อมกัน ^^!


ผมเลือกนั่งข้างหน้าต่าง ด้านซ้ายมือ แถวA
ข้างๆผม เป็นแขก น่าจะคนเนปาลมั้ง

(มันมีทริกอยู่ว่า ถ้าอยากเห็นยอด everest ขณะที่บินอยู่
ขาไปให้จองที่นั่งข้างหน้าต่างแถว A ขากลับ ให้นั่งแถว F
เราจะได้เห็นยอด everest สูงเสียดฟ้าทะลุก้อนเมฆ )


ประมาณ 11:00 ก็เริ่ม เสริฟอาหารบนเครื่อง
เมนูไก่อะไรซักอย่าง ก็อร่อยดี
ประมาณ 12:30 เริ่มมีเสียงฮือฮา และ เสียงลั่นชัตเตอร์
จากผู้โดยสารในเครื่อง
หลายคนลุกจากที่นั่งมาออกันอยู่ที่ริมหน้าต่างซ้ายมือ
ไม่ต้องบอกก็รู้ได้เลย ว่าเค้าฮือฮาอะไรกัน

ไอ้สูงๆ ดำๆ นั่นซินะ….everest
แม้จะเห็นไกลๆ แต่ก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
ผมนี่คว้ากล้อง แล้วรีบถ่ายทันที แต่มันก็ไม่ค่อยชัดเท่าไร
ขนาดซูมสุดเลนซ์แล้วนะ

พี่แขกที่นั่งข้างๆผม ถามผมว่า…
นี่คุณมาเนปาลครั้งแรกเหรอ ?
(ทำหน้าประหนึ่งว่า แค่ everest ไม่เห็นมีไรน่าตื่นเต้นเลย)

ผมตอบไปว่าใช่ ผมมาครั้งแรก และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็น everest
.
.
พี่แขกบอกว่าเค้ามาบ่อย เค้าเป็นคนเนปาล แต่ไปๆมาๆกรุงเทพ
ว่าแล้วพี่แกก็….
.
.
.
หยิบมือถือขึ้นมา แล้วบอก…ช่วยเขยิบหน่อย
จะขอถ่าย everest ด้วย
.
.
.
อะไรฟระ ????
แหมๆ แล้วทีแรกทำเป็นไม่ตื่นเต้น อะไรของเพ่คร๊าบบบ
.
.
.

ถึงแล้วววว สนามบินตริภูวัน
(Tribhuvan International Airport)

นมัสเต เนปาล ( สวัสดีเนปาล ) ฉันมาถึงแล้ว
เวลาของประเทศเนปาลเดินช้ากว่าเวลาในไทย 1 ชั่วโมง 15
อากาศตอนนี้ประมาณ 30กว่าองศา ร้อนยังกะอยู่ไทย

เนื่องจากเราไม่ได้ทำ visa nepal มา
เลยต้องกรอกเอกสารเพื่อทำ Visa on Arrival
เราเลือกวิธีนี้เนื่องจาก จากบ้านไปสถานทูตไกลมากไม่คุ้มค่าน้ำมัน
แต่ถ้าช่วง ไฮซีซั่น อย่างเดือนเมษายนนี่
ไม่แนะนำ ให้ทำ Visa on Arrival เพราะคิวยาวมากกกก

เกร็ดความรู้
สำหรับคนไทยที่ต้องการเดินทางไปยังประเทศเนปาล
จำเป็นต้องขอวีซ่าเนปาลก่อนการเดินทาง
โดยสามารถขอ visa 2 รูปแบบ ด้วยกันคือ
1. ยื่นคำร้องขอวีซ่าเนปาลที่สถานทูตเนปาล ประจำประเทศไทย
ซอยปรีดีพนมยงค์ 27
(อย่าไปผิดที่ละ เพราะสถานทูตเนปาลเก่าอยู่ซอยปรีดีพนมยงค์ 9)
2. ยื่นขอวีซ่า ณ สนามบินปลายทาง (Visa on Arrival)

เอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้
1. หนังสือเดินทางเล่มจริง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน
2. สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ฉบับ (เซนต์รับรองสำเนา)
3. แบบฟอร์มการขอวีซ่า (ต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)
สามารถรับแบบฟอร์มได้ที่สถานทูตหรือดาวน์โหลดได้จากในเว็ป
4. รูปถ่ายสี 1 รูป
(ขนาด 2×2 นิ้ว พื้นหลังเป็นสีอ่อน ไม่มีลวดลาย ไม่สวมแว่นกันแดด)
5. ค่าธรรมเนียม โดยประมาณ
วีซ่า 15 วัน 900 บาท
วีซ่า 30 วัน 1,450 บาท
วีซ่า 90 วัน 3,600 บาท
6. Visa on Arrival ในเว็ปเค้าบอกต้องจ่ายเป็น USD เท่านั้น
(แต่วันที่เราไป เจ้าหน้าที่ไม่มีเงินทอน
เราเลยจ่ายเป็นเงินบาท ซึ่งก็ได้เหมือนกัน
เรทก็พอๆกับ ค่าธรรมเนียมในไทย)

สนามบินตริภูวัน ขึ้นชื่อเรื่องโหลดกระเป๋าช้า
แต่เราไม่มีปัญหา
เพราะ….
รอคิวทำ visa ช้ากว่า ….

ได้กระเป๋าแล้ว คุณจ๊อบตรงดิ่งไป หาซื้อsimcard ทันที
แต่…เท่าที่ถามคนขาย
เค้าบอกว่ามันจะใช้ได้เฉพาะแค่ใน กาฐมาณฑุ เท่านั้นนะ
ถ้าช่วง trekking จะไม่มีสัญญาณ
สรุปไม่ซื้อก็ได้ฟระ ( งดเล่น social 14 วัน !!!! )

Agency แจ้งเราว่า เค้าจะมีคนมารอรับเราที่สนามบิน
ไปยังโรงแรมที่จองไว้ให้ โดยถือป้ายชื่อเราอยู่

พอเดินออกมาก็ เห็นป้ายชื่อ คุณจ๊อบพอดี
ณ จุดๆนี้ โล่งอกไป 1เรื่องละ อย่างน้อย….
เราก็ไม่โดน Agency หลอก
ถ้าโดนหลอกนี่ เงิบเลยนะ 555


คนมารับ นี่พอรู้ว่าเรามาแล้ว วิ่งมาทักทาย ช่วยถือกระเป๋าทันที
ยิ้มแย้มแจ่มใส ประทับใจโคตรๆ
นี่ มันต้อง อย่างนี้ บริการระดับ ไฮคลาส


พอมาถึงลานจอดรถ
มีพนักงานอีกคนนึง นั่งรออยู่ ถามชื่อเรา แล้วยกกระเป๋าขึ้นรถ
จากนั้น…
.
.
.
บอกให้เรา ช่วยจ่ายทริป ให้เด็กยกกระเป๋า….
.
.
.
เดี๋ยวๆ คืออะไร ทำไมต้องจ่ายฟระ ??
.
.
คนขับรถบอก เค้าเป็นคนขับรถที่ Agency จ้างขับมารับ
ส่วนอี…คนถือป้าย ที่มายืนรับเราตอนแรกนั่น….
แม่ง ไม่ใช่ไง

มันคือ คนรับจ้างถือป้าย เราจ้องจ่ายทริป !!!
(เหยดโด้ มีอะไรแบบนี้ด้วย !!!)

พึ่งลงจากเครื่องมา มีแต่แบงค์ USD ใหญ่ๆ
ทำไงดีฟระ !!!

คุณจ๊อบ เลยตีเนียน หยิบแบงค์ 20บ. มาให้
แล้วหลอกไปว่า เนี่ยแบงค์นี้ แลกได้หลายดอลล่าห์นะ

หลอกมา หลอกกลับ ไม่โกง…!!!

คนถือป้ายรับเงินไป ด้วยหน้าตาไม่พอใจเท่าไร
มันช่างเป็นความประทับใจแรก ในเนปาลที่ยากจะลืมจริงๆ

ตอนนี้ ผมรู้แล้วว่า เวลาฝรั่งมาไทย
แล้วโดนหลอกค่าแทกซี่รู้สึกยังไง
มันคงเป็นความทรงจำแรกของประเทศนี้ ที่เลวร้ายยากจะลืม
และ หลังจากนี้ คงไม่ไว้ใจคนในประเทศนี้อีกแน่ๆ
ไม่ว่าคนอื่นจะทำดีกับคุณแค่ไหนก็ตาม

ตอนนี้ผมก็รู้สึกอย่างนั้น….
คน…เนปาล ไม่น่าไว้ใจ….

ในรูปนี่คือ…คนเก็บค่าจอดรถในสนามบิน
เชี่ยย ยังกะมาดักปล้น

เรานั่งรถมาเรื่อยๆ รถที่นี่ไม่มีแอร์ และฝุ่นเยอะมากๆ
ทำให้อาการไอของผม เริ่มออกอาการอีกครั้ง



ที่นี่ไม่มีไฟเขียวไฟแดง แต่มีพี่จราจร คอยโบกว่าให้รถทางไหนไปก่อน
การขับรถอาศัยการกดแตรเป็นหลัก
กดกันสนุกสนานมาก

ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น
ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น
ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น
ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น
ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น
ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น
ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น
ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ….

ไฟเลี้ยวไม่เปิด แต่อาศัยการกดแตรคุยกันเอา
ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น
บันเทิงมากๆ พี่จะกดอะไรเยอะแยะครัชชชช

ไม่นานก็ถึงที่พัก เราได้พักที่ Hotel Pilgrims
มากัน 2 คน เค้าเลยจัดให้ 2 ห้อง

ซึ่งพอปิดห้องเข้าไป เป็นเป็นห้องเตียงคู่…
.
แล้วอีกเตียง จะให้ใครนอนฟระ….
.
แปลกดี แทนที่เค้าจะให้ห้องเดียวนอนด้วยกัน


(ราคาห้องคืนละ 1000บ. นิดๆ รวมอาหารเช้าแล้ว
ก็โอเครนะ ห้องกว้างขวาง ห้องน้ำสะอาด มีแอร์ มีwifi
เดินนิดเดียวก็ถึง ตลาดธาเมล Thamell )

เก็บของแล้วก็ ลงมานั่งเล่นรอที่ล็อบบี้
ตอนนี้คนของ Agency เป็นไกด์สาวชาวฟิลิปิน มารอรับเรา
พาเราไป Head office แนะนำเรื่องรายละเอียดทริป


เราพึ่งรู้ตอนนี้ว่า ในทริปนี้ จะมีเรา คนไทย 2 , อเมริกัน 2
และ trekking guid 1 คน (ซึ่งจะรอรับเราอยู่ที่ สนามบินลุคลา)

เรากลับมาโรงแรมอีกครั้ง เพื่อพบกับ 2 สามี-ภรรยาชาวอเมริกัน
นี่เป็นครั้งแรก ที่เราไปพบกับ Briant และ Anglela


แนะนำตัวกันพักนึง (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด)
Brian เป็น IT ทำงานด้านหุ่นยนต์ใน boston
Angella เป็นหมอ และกำลังเรียนแพทย์เฉพาะทางอยู่
ทั้งคู่ก่อนมาเนปาล พึ่งกลับจากการขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์
ประสบการณ์ Trekking โชกโชนเลยทีเดียว
โดยเฉพาะ Brian นี่…ปีนเขาที่อเมริกามาแล้วหลายลูก

ฟังแบบนี้แล้ว รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาหน่อย
เพราะในทีม เรามีคนที่มีประสบการณ์สูง และมีหมอด้วย
ยกเว้น ไอ้คนไทย 2 คนที่มาด้วยกันเนี่ย….ไม่รู้อะไรเลย

ไกด์บอกเราว่า EBC ไม่ยากน่าจะไปถึงกันได้หมด
แต่ summit island peak เปอร์เซ็นการปีนสำเร็จ
อยู่ราวๆ 60-70% เผื่อใจเอาไว้ด้วย

( ผมคิดในใจ มันคงไม่ยากอะไรมั้ง งานtrail ในไทยที่ว่าชันๆ
ทางที่ว่ายากๆ ผมก็ไปมาเยอะละ จะแค่ไหนกันเชียว )
หึหึหึ
อีก 10กว่าวัน เดี๋ยวก็รู้ !?!

คุยกันจบก็แยกย้าย
ไกด์ขอตัวกลับ พรุ่งนี้จะมารับตอนตี 5
ส่วนพวกเรา ขอให้Brian ช่วยพาไปเลือกถุงมือ ปีนเขาหน่อย
เพราะคุณจ๊อบ ยังไม่มี และ Brian ก็ลืมเอามา

หนีเมียเที่ยว ลั่นล้า โคตรๆ





แลกเงินรูปี แล้วไปเดินเที่ยวตลาดธาเมลกัน
อุปกรณ์ trekking เยอะมาก ปลอมเพียบ !!!
นั่งเย็บกันตรงนั้น ให้เห็นกันจะจะเลย



Brian แนะนำว่า ให้ซื้อถุงมือแบบ mittens
เพราะจะกันหนาวได้ดีกว่า แบบแยก 5นิ้ว
แล้วไม่ต้องซื้อยี่ห้อแพงมาก
เพราะรูดไปกะเชือกปีนเขาแล้ว เดี๋ยวมันก็ขาด
ซื้อแพงๆมา ถ้าขาดแล้วเสียดายเงิน

ว่าแล้วBrian และ คุณจ๊อบ ก็ได้ไปคนละ 1 คู่
ประมาณ​ 3-400บ. โคตรถูกก
ถึงว่า ใครๆต่างก็บอกไม่ต้องซื้อของที่ไทย
ให้มาซื้ออุปกรณ์ trekking ที่ ธาเมล ทีเดียวเลย
ถูกจริง !!!

( ผมซื้อถุงมือTNFแบบ 5 นิ้วมา คู่ละ3-4000 น้ำตาจะไหล)
Brian กับ Angella ขอแยกไปหาอะไรกิน


ส่วนผม และ คุณจ๊อบ นั้นไปหาซื้อยา Diamox (Acetazolamide)
เป็นยาที่ไม่ได้มีใช้ทั่วไป สามารถใช้ป้องกันรวมถึงรักษาภาวะ
Acute mountain sickness หรือบางทีเรียกว่า โรคแพ้ที่สูง ได้
ในไทยหาซื้อยากมากกก

แต่ที่ตลาดธาเมล มีขายในร้านยาเกือบทุกร้าน เหอะๆ
ความรู้เกี่ยวกับยาตัวนี้แนะนำอ่านต่อที่นี่ครับ ค่อนข้างยาว
ยาสำคัญที่นักปีนเขา และ trekking ที่สูง ทุกคนต้องรู้จักครับ
https://www.thaitravelclinic.com/blog/th/other-travel-tips/thai-altitude-sickness-3-diamox.html

ได้แล้วก็เดินเล่นชมเมืองกันต่อ









ของกินแปลกๆ เยอะแยะมากมาย บางอย่างก็ไม่กล้าลองเท่าไร







ตราชั่งแบบใช้มือ แปลกดี

นมอะไรก็ไม่รู้ คนต่อคิวซื้อเยอะมาก



คุณจ๊อบซื้อลองชิม บอกอร่อยดี เหมือนโยเกิต
อยากชิมนะ แต่วันนี้ขอผ่านละกัน ผมคนธาตุอ่อน
กินของแปลกๆกลัวจะขรี้แตกก่อนถึง everest 555

ตอนหน้าเราจะพาไปชม จัตุรัสกาฐมาณฑุดูร์บาร์
( Kathmandu Durbar Square )
อยู่บริเวณหน้าพระราชวังเก่า
เป็นหนึ่งในสามจัตุรัสดูร์บาร์ ในKathmandu Valley
ซึ่งยูเนสโก ยกให้เป็นแหล่งมรดกโลก 
จะสวยงามแค่ไหน ?
Durbar Square จะรอดจากแผ่นแผ่นดินไหวปี 2015 รึป่าว ?

โปรดติดตามตอนต่อไป……(^o^)