ปั่นจักรยาน กรุงเทพ-เชียงราย (บทที่ 6 เหนือสุดแดนสยาม) บทสรุปสุดท้ายของการเดินทาง

บทที่ 6 เหนือสุดแดนสยาม (บทสรุปสุดท้ายของการเดินทาง)

เช้าวันที่ 9/12/2013 7:00 (วันที่สุดท้าย ของการเดินทาง) เช้าวันนี้อากาศเย็นสบาย
หลังจากได้นอนพักอย่างเต็มอิ่ม อาการปวดท้อง และเจ็บปอดก็หายไป
เป้าหมายของเราวันนี้ เชียงราย-ดอยตุง-ด่านพรมแดนแม่สาย ระยะทาง~80km นิดๆ
ตื่นเต้นมากอยากปั่นจักรยานขึ้นดอยตุง
เช้านี้ทานอาหารเช้าของโรงแรม (De Hug Hotel & Residence เชียงราย) ของกินเพียบ ซัดจนอิ่มเลย

อิ่มแล้วก็เก็บของ check out เพื่อเดินทางกันต่อ
ตัวเมืองเชียงรายไม่น่าปั่นอย่างยิ่ง รถเยอะวุ่นวาย มอเตอร์ไซค์ก็เยอะ แถมขี่กินเลนกันแบบไม่เกรงใจรถยนต์
แต่ถ้านอกเมือง ตามภูเขา ตามดอยต่างๆ นี่น่าปั่นมากๆ แต่ในตัวเมืองขอผ่านละกัน วุ่นวายเกิ๊นนน
วันนี้เลยเอาจักรยานใส่รถservice แล้วไปเริ่มปั่นนอกตัวเมือง

จุดหมายแรกวันนี้ ดอยตุง อุ๊ยยยยตื่นเต้นอะ 😀
ที่รู้สึกตื่นเต้นมากๆ นั่นก็เพราะ….

ตอนอายุ 10ขวบ คุณพ่อพาผมมาเที่ยวดอยตุงครั้งแรก ยังเด็กมากๆ 😳
ตอนนั้นผมนั่งมองทางขึ้นดอยตุง จากหลังรถ2แถวที่เรานั่งขึ้นมา ถนนสวยมากๆ ทางชันและคดเคี้ยวมากมาย
สุดทางถนนบนยอดเขา ณ พระธาตุดอยตุง เราจะขึ้นมายืนเหนือเมฆหมอก (ผมจำภาพนั้นจนติดตา)
ช่วงเวลานั้นเอง ไม่รู้ว่าอะไรดลใจผมให้คิดว่า
“หากเราได้ปั่นจักรยานขึ้นมาเที่ยวบนนี้ แล้วปล่อยรถไหลลงเขา ก็คงจะสนุกดีนะ”
เด็ก10ขวบ คิดได้ไงก็ไม่รุ? เชื่อไหมว่ามันยังคงฝังใจจนวันนี้
วันนี้เราจะได้ทำตามฝันสมัยเด็กๆ มันเหลือเชื่อ และน่าตื่นเต้นมากๆ ความรู้สึกตื่นเต้นสมัยเด็กๆกลับมาอีกครั้ง

จากถนนพหลโยธิน เลี้ยวเข้าทางขึ้นดอยตุง ประมาณ 100m มีสถานีขนส่งท่องเที่ยวดอยตุงอยู่
(ตรงนี้จะเป็นจุดจอดรถทัวร์ สำหรับต่อรถ2 แถวขึ้นดอยตุง หรือใครขับรถไม่แข็งก็มาเช่ารถที่นี่)

ทางขึ้น-ลงเขาอันตรายมาก สำหรับคนที่ไม่ชินทาง (โดยเฉพาะคุณนาย) ตัดปัญหาเรื่องความเป็นหว่าง
ผมเลยให้คุณนายขับรถservice เข้าไปจอดในนี้ แล้วเหมารถ2แถวขึ้นไปเที่ยว ถ่ายรูป จิ๊บกาแฟรอบนดอย
(ค่าจ้าง 600บ.รอได้ทั้งวัน) เพราะกว่าผมจะปั่นขึ้นถึงยอดดอยคงใช้เวลาพอสมควร

ผมเห็นเสือภูเขา 2 คัน กำลังปั่นขึ้นไปก่อนหน้าผมอยู่ไกลๆ คิดในใจมีคนบ้าแบบผมด้วย 555
ผมพยามเร่งปั่นตามแต่ไม่ทัน ขาแรงจริงๆเลย
จากสถานีขนส่งท่องเที่ยวดอยตุง ขึ้นไปจนถึงสวนแม่ฟ้าหลวง เป็นทางขึ้นเขาระยะทาง~14km

ขึ้นเนินแรกก็เล่นเอาหอบเลย บนดอยตุง บรรยากาศดีจริงๆ อากาศสดชื่นมาก
ทางขึ้นดอยตุงมี 2เส้นทาง มีป้ายบอกชัดเจน เส้นใหม่ตรงไป,เส้นเก่าเลี้ยวขวา
ถนนเส้นเก่าจะชันมาก+แคบแต่ระยะทางสั้นกว่า ,ถนนเส้นใหม่จะอ้อม ชันน้อยกว่า ถนนกว้างและลาดยางใหม่
รู้อย่างนี้ ก็ต้องเลือกที่จะขึ้นทางใหม่ซิครับ 😛

สภาพถนนค่อนข้างดีเลยทีเดียว ปั่นขึ้นมาไม่ยากชิวๆ แต่…
ในความรู้สึกผมค่อนข้างเป็นห่วง ตอนลงเขามาก
ไม่มีไหล่ทาง ถนนมีแค่ 2เลน แถมช่วงโค้งของถนนไม่มีความลาดเอียงเพื่อรับกับความเร็ว
ดูๆแล้วค่อนข้างอันตรายหากลงเขาด้วยความเร็ว แต่ดอยตุงก็ดีอย่างนึง ตรงที่รถไม่เยอะเหมือนดอยสุเทพ
อาจจะเพราะเค้ามีทางแยกให้ รถ2แถวรับจ้าง ขึ้น-ลงต่างหาก ไม่ใช้ทางร่วมกับรถส่วนบุคคลที่ขับขึ้นมาเที่ยว
(เทียบกับดอยสุเทพ มีไหล่ทาง+ถนน3เลน ขึ้น2ลง1 ถนนมีความเอียงในตอนโค้ง ค่อนข้างปลอดถัยเวลาลงมากกว่า)

ทางขึ้นจะมีลักษณะ ทางชันยาวเป็นช่วง สลับกับทางราบ ทำให้การปั่นขึ้นมาบนดอยตุงไม่ยากอย่างที่คิด
แต่ช่วงทางชันๆนี่ก็โหดใช้ได้เหมือนกันนะ เล่นเอาหอบเลย

รถยนต์หลายต่อหลายคัน ขับแซงผมไป ผมสังเกตุเห็นคนที่อยู่ในรถชี้มือมาที่ผมหลายคน
คาดว่าเค้าคงจะคุยกันในรถ “เธอๆ ดูซิ มีคนปั่นจักรยานขึ้นมาบนนี้ด้วย” เห่อๆ
รถบางคันผมเห็นคุณแม่ชี้ให้ลูกๆดูผมปั่นจักรยาน ลูกๆในรถก็โบกมือให้ผม
บางคนก็ชี้ให้เพื่อนดู บางคันหันมามองผมกันทั้งคันรถ “สงสัย จะอิจฉาผม” หรือไม่ก็คิดว่าผมบ้า 555
คุณไม่รู้หรอกว่า มันเป็นความรู้สึกสุดยอดมากแค่ไหนที่ได้ปั่นจักรยานบนเขาลูกนี้ อยากรู้ต้องมาลองครับ ^_^

” ปั่นจักรยานคือความสุข ที่ไม่สบาย
ตราบเท่าที่คนยังยึดติดกับความสบาย เค้าก็จะไม่มาปั่นจักรยาน
น่าเสียดายที่ความสบาย…ทำให้เค้าไม่รู้จักความสุขที่แท้จริง ”

จริงๆแล้วผมดีใจนะ ที่มีคนมองสิ่งที่ผมทำ เพราะนั่นแสดงว่าผมยังมีตัวตนบนโลกนี้
ผมเชื่อว่า ทุกๆ1km ที่เดินทางผ่านมา ต้องมีอย่างน้อย 1คนที่ได้รับแรงบัลดาลใจ
ใครจะรู้ ว่าเด็กๆที่โบกมือให้ผมในวันนี้ ซักวันนึง…เค้าอาจจะกลายเป็นนักปั่นจักรยานที่ยิ่งใหญ่ก็ได้

ข้างทางมีแปลงขายต้นไม้ ดอกไม้ สวยๆทั้งนั้นเลย เอากลับไปปลูกที่กรุงเทพจะสวยแบบนี้ไหมนะ

เส้นทางบางช่วงก็ชันซะจนปั่นต่อไม่ไหว อยากจะหยุดปั่นแล้ว ลงไปเดินเข็นซะจริงๆ
แต่ก็ทำไม่ได้…อายเค้า 555
ยิ่งปั่นก็ยิ่งเหนื่อย เหงื่อไหลจนเสื้อที่ใส่มาเปียกไปทั้งตัว ยิ่งเปียกมันยิ่งแนบเนื้อ สีขาวอีกตะหาก
ก้มลงมาดูแล้ว อือหือ…ยังกะเสื้อซีทรู เห็นไปยันหัวนม 😯

ปั่นมาจนถึงจุดชมวิว มุมนี้สวยมากๆ เห็นภูเขาทั้งลูก

ภาพนี้ขอให้พี่ผู้ใหญ่ใจดีคนนึงช่วยถ่ายให้
พี่เค้าก็ถาม “น้องปั่น มาจากที่ไหนเหรอ”
ผมเลยยืดอกอย่างภูมิใจ
แล้วบอกไปว่า… “ปั่นมาจากกรุงเทพ จะไปอ.แม่สายครับ นี่วันที่5แล้ว แวะมาขึ้นดอยตุงก่อน”
พี่เค้าอึ้งไปแปบนึง… “โหสุดยอดเลยน้อง ขอให้มีความสุขกับการปั่นนะ”
อืมมม นี่เค้าชมเรารึป่าวนะ 😯 ???
ปั่นมาชั่วโมงกว่าๆแล้ว น่าจะใกล้ถึงแล้วนะ รีบปั่นต่อดีกว่า พอไม่ปั่นแล้วยืนอยู่นานๆเริ่มหนาว เสื้อมันเปียก

ปั่นขึ้นมาอีกไม่นานก็ถึงลานจอดรถ คนที่ขับรถขึ้นมาเองต้องจอดรถไว้ที่นี่ แล้วเดินขึ้นไปชมสวนแม่ฟ้าหลวงข้างบน
2 ข้างทางรถจอดกันเพียบ ขึ้นมาตอนไหนกันเนี่ย ทำไมตอนปั่นมา ยังไม่รู้สึกว่ารถจะเยอะขนาดนี้
ทางเดินขึ้นไปทั้ง2ข้าง จะถูกกั้นด้วยเชือก เพื่อให้ผู้คนเดินขึ้นลงได้สะดวก และไม่ออกมาเดินเพ่นพ่านบนถนน
บนถนนจะมีเฉพาะรถ รถเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่ขึ้นไปได้

และตอนนี้….ผมกำลังปั่นขึ้นไป ในขณะที่ทุกๆคนกำลังเดินขึ้นเขา คนเยอะมากเต็ม 2ข้างทาง
บนถนนไม่มีรถแม้แต่คันเดียว ทุกคนอยู่หลังเชือกที่กั้นไว้ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผม บางคนก็ชี้ให้เพื่อนดู
ผมนึกถึงภาพใน ตรูเดอร์ฟอง ที่มีคนยืนเชียร์เต็ม2 ข้างทางเต็มไปหมด
บอกตรงๆ ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองโคตรเท่ห์เลย อารมณ์เหนื่อยหายไป อารมณ์เก็กโผล่มาทันที 555

ผมยกแขนปาดเหงือ จับขยับแว่นกันแดดเล็กน้อย แล้วยืนโยกเท่ห์ๆปั่นขึ้นเขา
(ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็นั่งปั่นมาตลอด) ทุกสายตายังจับจ้องมาที่ผมเหมือนของแปลกที่ใครเค้าไม่ทำกัน
มันรู้สึกหล่อ จนบอกไม่ถูก 555

ถึงแล้วยอดเขา มันรู้สึกสุดยอดมากๆ ที่เอาชนะตัวเองได้ และที่สุดยอดยิ่งกว่าคือ
ความฝันในวัยเด็กที่เราเคยหลงลืมมันไป วันนี้เราได้ทำสำเร็จแล้ว หัวใจผมพองโตอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่ว่าคุณจะฝันว่าอยากทำอะไร จงเริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้
ความกล้าหาญในการเลือกที่จะก้าวตามความฝัน
มีพลัง และมนต์วิเศษ ที่จะช่วยให้ฝันนั้นกลายเป็นความจริง ”

ผมโทรหาคุณนาย ไปเที่ยวถึงไหนแล้ว จะให้มาถ่ายรูปให้ซักหน่อย
ปรากฏว่าคุณนาย นั่งจิบกาแฟอยู่แถวๆนั้นเองพอดี กาแฟที่นี่อร่อยมากกกก
กาแฟดอยตุงของแท้ต้องมากินบนดอยตุง อิอิ

ไหนๆก็พิชิตยอดเขาได้ ต้องโชว์ท่าประจำตัวซักหน่อย “The king of mountain”
ระยะทางขึ้นเขาทั้งหมด ~14km ใช้เวลาไปทั้งหมด 1ชม.40นาที

ถ่ายรูป check in ,up status facebook ไปอวดเพื่อนๆ เรียบร้อยก็ได้เวลากลับ
เขาค่อนข้างชัน ตอนปั่นไหลลงเขามาได้นิดนึง เสียงเบรกมันดังแปลกๆ ผิดปกติ และเกิดอาการเบรกไม่ค่อยอยู่
จริงๆผมรู้สึกตั้งแต่เมื่อวาน แล้วว่าเบรกมีปัญหา แต่ไม่ได้ซ่อมเพราะเมื่อคืนเจ็บปอดมากเลยรีบนอน

ผมเห็นท่าจะไม่ดี เลยขอลงเขาพร้อมรถ 2แถวละกัน ไหนๆก็เหมามาทั้งคันอยู่แล้ว
นี่คือสาเหตุนึงที่ผมเหมารถทั้งคันให้คุณนายนั่งมาคนเดียว เพราะหากลงเขาแล้วเบรกมีปัญหาอย่างที่คิดเอาไว้
อย่างน้อยก็มีคนรับผมกลับลงมา ดีกว่าเสี่ยงลงเขาแบบไม่มีเบรก 😯

รถ2แถวพามาจอด ที่หน้ารถservicer ผมถอดล้อออกเพื่อตรวจดูเบรก
อือหืมมม ผ้าเบรกถูกับขอบล้อคาร์บ่อนจนเป็นรอยดำ

ปกติต่อให้เลียเบรกมากแค่ไหนก็ไม่น่าจะดำ
(นี่มันรอยล้อคาร์บ่อน หรือรอยไหม้ฟระเนี่ย มีกลิ่นไหม้ๆออกมากด้วย)
แถมเป็นอยู่ข้างเดียว อีกข้างก็ไม่เป็นรอยแบบนี้ดูปกติดี ล้อหน้าก็ไม่เป็น
สาเหตุน่าจะมาจากว่าระยะเบรกเลื่อนผิดตำแหน่ง ขาเบรกหลวมขยับไปมาได้
และเบรกไม่ตรงขอบล้อ มันเลยรูดจนเกิดรอยไหม้ ถึงว่าเบรกไม่ค่อยอยู่
(ไม่ได้เป็นปัญหาที่ล้อ nich ไม่ได้มาตรฐานนะครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด)

ซ่อมเบรกแล้วก็เดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่ อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย จุดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย

เข้าสู่ตัว อ.แม่สาย รถค่อนข้างเยอะและดูวุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก
ใกล้จะถึงด่านพรมแดนแม่สายแล้ว ก็เลยให้คุณนายไปจอดรถ service ที่หน้าอำเภอ
แล้วเอาจักรยานลงมาปั่นด้วยกันกับผม ไม่ปั่นไม่ได้รูปนะเอ้า 😀

แย่งซีนจริงๆเลยคนนี้ ยังกะปั่นมาด้วยกันตลอดทาง
คุณนายว่า “อย่าไปบอกคนอื่นเค้าซิ อิอิ”

ถึงแล้วว ด่านพรมแดนแม่สาย ประตูสู่ประเทศพม่า

เจอพี่ตำรวจท่องเที่ยว(รึป่าว?) ปั่นจักรยานออกตรวจซะด้วย ก็เลยขอให้พี่เค้าช่วยถ่ายรูปให้หน่อยยย
พี่ตำรวจทึ่งมาก ที่เราปั่นจักรยานมาจากกรุงเทพ
ก่อนจากพี่แกยกนิ้วให้เราด้วย พร้อมบอก “สุดยอดเลยน้อง” 😀

จุดเหนือสุดของแดนสยาม ปั่นมาตั้งไกลเพื่อจะได้ถ่ายรูปกะป้ายอันนี้นี่แหละ 😀

ความรู้สึกหลังจากความทุ่มเทพยายามอย่างหนัก มันดีใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ
กว่า1 ปีที่ซ้อม และเตรียมตัว ปั่นมาไกลกว่า~870km 5วันเดินทาง
วันนี้ผมทำสำเร็จแล้ว!!!

ระยะทางกว่า ~870km สอนอะไรผมมากมาย เป็นประสบการณ์ที่มีค่าอย่างบอกไม่ถูก
มันเปลี่ยนชีวิต การใช้ชีวิต และ วิธีคิด ของผมไปเยอะพอสมควร
ความสำเร็จ มันไม่ใช่สิ่งที่คุณจะรอเวลาให้มันเกิดขึ้นเองในอนาคต
แต่มันคือสิ่งที่คุณต้องสร้าง ให้เกิดขึ้นมาเองในปัจจุบัน

” วันนี้ผมทำความฝันของผมสำเร็จแล้ว แล้วความฝันของคุณละ เริ่มทำหรือยัง ? “

ปล. ขอบคุณ คุณแฟนที่คอยขับรถ service ขนของ และถ่ายรูปให้ตลอดเส้นทาง
ขอบคุณ คุณพ่อ และน้องสาว ที่คอยโทรมาถาม และให้กำลังใจเสมอ
ขอบคุณ ตัวผมเองที่พยามจนสำเร็จ

ถ้าคุณอยากรู้ว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากแค่ไหน ?
ลองมาปั่นดูซิ แล้วคุณจะพบชีวิตใหม่ ^^

อ่านย้อนบทหลังได้ที่นี่ครับ