ปั่นจักรยาน กรุงเทพ-เชียงราย (บทที่ 4 ภูเขาวัดใจ)

บทที่ 4 ภูเขาวัดใจ
เช้าวันที่ 7/12/2013 7:00 (วันที่3ของการเดินทาง) วันนี้ตื่นเต้นมาก เพราะภูเขาลูกใหญ่กำลังร้องเรียกเราอยู่
ตื่นมาแล้วรีบไปเช็กเอาท์ แล้วออกไปหาอะไรทาน เพราะรีสอร์ทไม่มีอาหารเช้าให้บริการ
เช้านี้เลยต้องฝากท้องไว้กับ ร้านข้าวแกงในปั้มน้ำมันแถวๆนั้น

วันนี้อากาศเย็นพอสมควร อยากได้เสื้อจักรยานแบบกันหนาวมากๆเลย
ทานข้าวเสร็จก็เริ่มปั่น เป้าหมายของเราวันนี้คือ ตาก-ลำปาง ระยะทาง~150km
วันนี้เป็นวันไฮไลท์วันนึงในทริปนี้เลย เพราะต้องขึ้นเขายาวๆ แล้วไหลลงเขาเข้าลำปาง

ถึงปากทางเข้าเขื่อนภูมิพล ไหนๆก็มาแล้ว ถ่ายภาพหลักฐานเอาไว้หน่อย

จักรยานคันใหญ่ สัญลักษณ์ของ จ.ตาก จังหวัดที่มีเลนจักรยานแบบใช้ได้จริง
อยากให้ผู้ว่าหลายๆจังหวัด มาดูงานจังหวัดตากจริงๆ มาเห็น ว่าเลนจักรยานของจริงมันเป็นยังไง

ผ่านเขาลูกแรกเข้าสู่ลำปาง (เบาๆ ซึมๆ พอให้วอร์มร่างกายได้)
ปีนี้ซ้อมมาหนัก ขึ้นเขารอบนี้เลยสบาย ชิวๆ

เข้าเขตจ.ลำปางแล้ว

ทางตรงยาว สุดลูกหูลูกตา แถมค่อยๆชันขึ้นเรื่อยๆ ทำลายกำลังใจดีนักแหละ

ขึ้นเขาลูกที่ 2 แถวนี้หาปั้มน้ำมันยากมากๆ น้ำ+อาหาร ต้องยัดใส่กระเป๋าหลังให้เต็ม
ตั้งแต่ จ.ตาก เพราะข้างทางเจอแต่ป่าและภูเขา บ้านคนแทบไม่มี ร้านขายของใดๆก็ไม่มี

ปั่นมาเกือบ50km ก็เจอปั้ม ปตท.แรก ต้องแวะแล้วละ ล้างหน้าล้างตาซักหน่อยเรียกความสดชื่น
ช่วงต้นเดือนธ.ค.กลุ่มรถ big bike,harley ขึ้นเหนือเยอะมากๆ เจอแกงค์นี้รถเท่ห์มากๆ
เลยต้องขอเก็บภาพไว้หน่อย รถอะไรก็ไม่รุ ไม่เคยเห็น เท่ห์ดี

ปั่นต่อๆ เส้นทางยังคงขึ้นเขาไปเรื่อยๆ กัดฟันปั่นต่อไป

“ถึงเหนื่อยแค่ไหนก็จะไม่หยุดปั่น ถ้าเราปั่นๆหยุดๆทุกครั้งที่เหนื่อย
นิสัยยอมแพ้เมื่อเจอปัญหาจะค่อยๆซึมลึกเข้ามาในจิตใจ แบบที่เราไม่รู้ตัว”

ขึ้นเขา ขึ้นเขา เรื่อยๆ 12:30 แล้วแดดร้อนมากๆ ข้าวกลางวันก็ยังไม่ได้กิน
ไอ้ที่กินมาเมื่อเช้าก็ย่อยไปหมดแล้ว น้ำก็หมดแล้ว รถservice ก็เลยไปไกลแล้ว
ทางข้างหน้าผมจำได้เป็นเขาลูกสุดท้ายใหญ่สุด หลังจากนี้จะไม่มีเขาลูกใหญ่ๆแล้ว
ขอแวะกินกล้วยป้าเพียรอัดพลัังงานให้เต็มก่อนละกัน
ปั่นมา 3 วัน ตลอดทางไม่เจอเพื่อนนักปั่นร่วมทางเลย หรือคนปกติเค้าไม่ทำกันนะ? 555

หายเหนื่อยแล้วลุยกันต่อ Go Go Go!
ระหว่างปั่นขึ้นเขา แกงค์big bike สีเหลือง (คันที่เราถ่านรูปด้วย) ก็ปีแตร พร้อมชูนิ้วให้กำลังใจ
มีกำลังใจเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย​

“บางครั้ง กำลังใจเล็กๆ ก็มีค่ามากมาย สำหรับคนบางคนที่กำลังหมดกำลังใจ”

ปั่นๆอยู่ ก็เจอฝรั่งชาย-หญิงคู่นึงกำลังปั่นสวนทางขึ้นมาอีกฝั่ง เป็นรถพ่วงคู่แบบทัวร์ริ่งขนของมาเพียบ
3วันพึ่งเจอนักปั่นนี่แหละ ดีใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเจอเพื่อนในสนามรบ
เราบีบแตร,โบกมือ และตะโกนทักทายกัน ประหนึ่งว่ารู้จักกันมานาน
ผมเชื่อว่าเค้าก็ดีใจเหมือนผม ^^

ถึงแล้วววว บนยอดเขามีที่จอดพักรถของกรมทางหลวงอยู่ รถservice ก็จอดรออยู่ที่นี่พอดีเลย
มีร้านขายอาหารด้วย แวะทานข้าวกลางวันก่อนแระกัน
ปีที่แล้วก็ถ่ายรูปมุมนี้ เหมือนเราจะผอมลงนะ (คิดเข้าข้างตัวเอง) 555

อิ่มหนำสำราญแล้วเดินทางต่อ เหลือระยะทางอีกไกลพอสมควร ต้องรีบทำเวลา
เนื่องจากใช้ล้อคาร์บ่อนขอบสูง ลงเขาด้วยความเร็ว ยิ่งช่วยเร่งความเร็วขึ้นไปอีก ~50km/h
ตอนแรกก็เหมือนกำลังสนุก แต่…ซักพัก รู้สึกกลัวตายยังไงบอกไม่ถูก
ล้อมันเหวี่ยงแรงมาก เสียงล้อตัดอากาศดังฟึ๊บๆ รู้สึกล้อหน้าเหมือนจะลอยได้ เหมือนจะเอาไม่อยู่

ทันใดนั้น…..

รถสิบล้อวิ่งลงเขามาด้วยความเร็วสูง ผ่านด้านข้างผมไปแบบไม่ทันระวัง ถึงมันจะวิ่งห่างผมพอสมควร
แต่…ลมที่เกิดจากรถบรรทุก ก็พัดกระชาก ดูดผมเข้าไปทันที ล้อคาร์บ่อนขอบสูงออกอาการทันที
ลมดูดจึงส่งผลแรงกว่าล้อจักรยานปกติ ล้อหน้าซึ่งเหมือนจะลอยได้อยู่แล้ว + ลมดูดด้านข้าง
เล่นเอารถเสียหลักเซเข้าไปในเลนรถบรรทุก
โชคดี..ที่ไม่มีรถตามหลังมา ไม่งั้นคงมีเฉียวด้านข้างกันบ้าง
ผมพยามกำเบรกเพื่อลดความเร็ว แต่…เหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย

กลัวจนขนลุกซู่ ตั้งแต่หลังไปถึงหนังหัวเลยทีเดียว เหอะๆ ล้อคาร์บ่อนเล่นตรูแล้วเข็ดเลย (T_T)

“เวลาปั่นขึ้นเนิน มีแต่คนชอบปั่นลง ไม่มีใครชอบปั่นขึ้น
ขาขึ้นมันไม่ล้มหรอก ขาลงมันอันตราย เพราะความสบายทำให้เราประมาท
ความสุขนั้นฆ่าคนได้ง่ายกว่าความทุกข์ ”

ประมาณ 16:00 ก็ปั่นถึงตัวเมืองลำปาง
วันนี้จบทริปเร็วกว่าทุกวันแบบไม่เหนื่อยมาก แต่แอบมีเสียว
ผมมีบ้านอยู่จ.ลำปาง เพราะงั้น คืนนี้เลยนอนที่บ้าน สบายใจประหยัดเงินไปอีก 1 คืน
( ลำปางหนาวมากกกก ไม่อาบน้ำ นอนเลยได้ไหมนะ)