ปั่นจักรยาน กรุงเทพ-เชียงราย (บทที่ 2 ฝ่าดงพายุ ทะลุสวรรค์)

บทที่ 2 ฝ่าดงพายุ ทะลุสวรรค์
ออกเดินทาง เช้าวันที่ 5/12/2013

ล้อหมุนออกจากบ้านที่ปากเกร็ด 7:00 (ตามแผนคือ 6โมงเช้า แต่ช่วงนี้อากาศหนาวเลยตื่นสาย555)
เริ่มออกเดินทางจาก หน้าตึกจัสมินแจ้งวัฒนะ-ถนนเลียบคลองปะปา-ปทุมธานี-อยุธยา

เส้นนี้ผิดแผนนิดหน่อย เพราะไม่รู้มาก่อนเลยว่า เส้นปทุมธานีกำลังทำถนนเหลือถนนเลนเดียว 😯
บางช่วงต้องปั่นบนถนนลูกรังยาวประมาณ 2-3กิโล ทุลักทุเลพอสมควร

รอดมาได้ก็ไปตามถนน ปทุมธานี-อยุธยา (บางไทร)

เส้นนี้ปั่นไม่ยาก แต่…..
ลมแรงนรกมาก (ลมในฤดูหนาว จะพัดจากเหนือลงใต้) แน่นอนว่าการปั่นจักรยานขึ้นเหนือ
เราจะเจอลมต้านอย่างเลี่ยงไม่ได้ ลมแรงพัดจนหน้าชาเลยทีเดียว ถึงแม้จะรู้อยู่แล้ว
แต่ก็ยังรู้สึกว่ามัน โหดอยู่ดี

ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ทานข้าวเลย 10:00 แล้วเลยแวะทานข้าวซักหน่อย

แวะร้านเดิมปีที่แล้ว เกาเหลาปลา อร่อย+ไม่แพง

แวะถ่ายภาพที่ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ซักหน่อยพึ่งเคยมาสวนนี้ครั้งแรก
(ปีที่แล้วปั่นผ่านแต่ไม่ได้ถ่าย เอาแต่ก้มหน้าก้มตาปั่น)
“บางครั้งการสนใจแต่เป้าหมายปลายทาง ก็ทำให้เราหลงลืมสิ่งดีๆที่อยู่ระหว่างทาง”

ปั่นไปเรื่อยๆ ถนนเส้นนี้จะตัดเข้าไปรวมกับ ถนนสายเอเชีย แถวๆอ.บางปะหัน
พอเริ่มเข้าสู่ถนนสายเอเชีย กระแสลมก็แรงเพิ่มขึ้น สมพัดสวนทางจนตัวแทบปลิว น้ำมูกน้ำตาไหล
ปั่นไม่ออกเลย AVG speed ได้แค่ 25-28km/h. ผมจอดเช็กลมยางบ่อยมาก ตรวจเช็กดอกยาง
พลางคิดในใจ “สูบลมมาอ่อนไปรึป่าว หรือยางรุ่นนี้ไม่ดี หรือล้อมีปัญหารึป่าว ?”
คิดไปนู่นเลย เพราะปั่นไม่ออกเลยจริงๆ สับขาแค่ไหนมันก็ไม่ไปไหน
เหมือนปั่นฝ่าดงพายุก็ไม่ปาน เมื่อไหร่ลมจะหยุดเนี่ยยยยย
ทำอะไรไม่ได้ ก้มหน้าก้มตาจับdrop bar ปั่นมุดลมต่อไป มุ่งหน้าสู่ จ.อ่างทอง
(จุดนัดพบกับรถ service ที่นี่)

คุณนายจะขับรถservice ออกจากบ้านประมาณ 10:00 และถึง จุดนัดพบอ่างทองประมาณ 13:00
แวะทานข้าวเที่ยงกันก่อน ไม่ไหวแล้วหน้ามืดด เจอลมซัดตลอดทาง

อิ่มแล้ว ก็เดินทางต่อ อ่างทอง-สิงห์บุรี-ชัยนาท ลมนรกนี่ก็ยังพัดแรงไม่หยุด 😡
ชวนให้ท้อได้ตลอดทาง แต่ถ้าท้อตอนนี้ เลิกตอนนี้ ไอ้ที่ซ้อมมาเป็นปีจะมีความหมายอะไร?
ปั่นกันต่อไป เนื่องจากปีนี้ซ้อมมาหนักพอสมควร 16:00 ก็ถึงชัยนาท
(ถึงเร็วกว่าปีที่แล้วเกือบ ชั่วโมงกว่าๆเลยนะ แสดงว่าไอ้ที่ซ้อมมามีผล ทำให้มีกำลังใจกลับมาอีกครั้ง)
ปีนี้รถservice ไม่ได้วิ่งตาม นัดพบเป็นจุดๆเอาประหยัดน้ำมัน แถมคุณนายขับหลงอีกเหอะๆ

แวะพักซัดกล้วยป้าเพียรเข้าไป 2ห่อ ถ้ายังปั่นช้าแบบนี้กว่าจะถึงนครสวรรค์มืดแน่นอน!
ฤดูหนาวพระอาทิตย์ตกไวมาก ต้องรีบแล้วละ
กัดฟันปั่นต่อ ปั่นไปก็ท่องไป….
“จักรยานไปได้เพราะเราปั่น ถ้าไม่ปั่นเอาแต่นั่งรอ แล้วมันจะถึงจุดหมายได้อย่างไร”

18:30 ถึงนครสวรรค์ มืดเลย รถservice ต้องขับตามส่องไฟให้
รถบรรทุกเยอะมาก+วิ่งเร็วด้วย ถ้าไม่มีรถserviceส่องไฟให้ สงสัยโดนสิบล้อคาบไปกิน

โรงแรมเราไม่ได้จองไว้ อาศัย search google อ่านreview pantip แล้วโทรถามห้องว่างเลย
เน้นใกล้ที่สุด และดูปลอดภัย เพราะมืดมากกก ปั่นต่อไม่ได้แล้ว

ได้โรงแรมแล้ว คืนนี้เราพักที่ “The Paradiso JK Design Hotel
จบทริปวันนี้ กรุงเทพ-นครสวรรค์ (ฝ่าดงพายุ ทะลุสวรรค์) ด้วยระยะทางรวม ~215km.

เคล็ดลับสำคัญ ของการเดินทางไกล !
หลังปั่นเสร็จ จะต้องเช็กสภาพรถ เช็ดฝุ่น ล้างโซ่ หยอดน้ำมันใหม่ ทุกครั้ง(อย่าขี้เกียจ)
เพื่อเตรียมความพร้อมเผื่อวันพรุ่งนี้ อะไรเสียอะไรพัง จะได้รู้ตัวก่อน ซ่อมก่อน

มาดูบรรยากาศโรงแรมThe Paradiso JK Design Hotel กันดีกว่า
แน่นอนว่า XLRider ต้องไม่ทิ้งคอนเซ็ป “ปั่นไกล กินหรู อยู่สบาย” 😎





ค่าห้องคืนละ 1200บ.(รวมอาหารเช้า) ถือว่าไม่แพงเลย โรงแรมก็ใหม่ บรรยากาศก็ดี อาหารอร่อย





Dinner มื้อเย็นจนอิ่มหนำ สำราญ เบิกบานหัวใจ ก็ได้เวลาเข้านอน


พรุ่งนี้เรายังมีภาระกิจต้องปั่นอีกยาวไกล