Wacoal Motion Road 100 2017

Wacoal Motion Road 100 2017

หากพูดถึงงานวิ่งถนน ระยะ Ultra 100Km ในประเทศไทย
ของเรานั้น มีไม่กี่สนาม Wacoal Motion Road 100
น่าจะเป็นสนามที่ค่าสมัครถูกสุด เดินทางง่ายสุด

วิ่งบนถนนทางเรียบเกือบ 90% และอีก 10% เป็นtrail
เหมือนจะง่าย…
แต่สนามนี้ยังมีความโหดร้ายซ่อนอยู่ คือ มี Elev Gain
สะสมสูงถึง 1,481 m
หึ หึ หึ

ผมลงสมัครงานนี้เพราะมีน้องคนนึงชวนผม

“พี่ต้องมาลองวิ่งขึ้นเขาฉลาก สนุกนะพี่”

เป้าหมายหลักปีนี้ของผมคือ
ผมจะกลับไปแก้มือ TNF100 2018
งานWacoal Motion Road 100 จึงน่าจะเป็นสนามซ้อม
ที่ดี เลยตัดสินใจลองสมัครวิ่งงานนี้ดู
ผมอยากสัมผัสกำแพง100Km
ไม่สนใจเรื่องเวลาจบ ขอแค่ ไม่DNF ก็พอแล้ว
ถ้างานนี้ไม่รอด ก็เตรียมขาย bib TNF100 ทิ้งไปได้เลย
ผมคิดแบบนั้น

ส่วนแผนการซ้อมวิ่ง ผมซ้อมเยอะพอสมควร
ด้วยแผนการซ้อม ที่เป็นสูตรผมคิดเอง มั่วเอง เอิ๊กๆ
เพราะไม่มีใครจะรู้จักเราดีมากกว่าตัวเราเอง
แต่ถึงอย่างนั้น…
ผมซ้อมได้ไกลสุดแค่ 10Km …10Km
อ่านไม่ผิดหรอกครับ 10Km จริงๆ
แต่ลงงานแข่ง 100Km ช่างกล้า 555
(แต่ละคนมีต้นทุน และแผนการซ้อมที่ไม่เหมือนกัน )
ระยะ Ultra 100km ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
กรุณาอย่าเอาเยี่ยงอย่าง เหอะๆ

21994248_1969068496694774_3335033213748787163_o

ก่อนถึงวันแข่ง 2 สัปดาห์ ผมไปลงแข่งรายการ
Pattana Triathlon Festival 2017
ที่ Pattana Golf Club ศรีราชา เรียกความมั้นใจกันหน่อย
สนุกดีนะ
(ไอ้ที่ซ้อม กะไอ้ที่แข่งนี้ ไม่เกี่ยวอะไรกันเลย 555)
21586691_1834201779929372_3634717125484285482_o

30/8/2017 7:00 ออกเดินทาง
ประมาณ 9:00 ก็ถึงหาดบางแสน แวะพาลูกสาวเล่นน้ำก่อน
ให้เวลาตัวเองแล้ว อย่าลืมให้เวลาครอบครัวนะครับ ^^

Wacoal Motion Road 100 2017

เป็นครั้งแรกที่ผมเล่นน้ำ หาดบางแสน
แล้วน้ำทะเลใสเวอร์ขนาดนี้
แนะนำเลยครับ ใครจะพาลูกหลานมาเที่ยว
แนะนำพามาช่วงเดือน ตุลาคม-มกราคมเลยครับ
มาเล่นทะเลช่วงเช้า ใสสะอาด+มากจริงๆ
นึกว่าเล่นอยู่บนเกาะเสม็ดเลยนะเนี่ย

Wacoal Motion Road 100 2017

เที่ยงๆ ก็พาเด็กๆทานข้าว แล้วไปเช็กอินโรงแรม
ผมมีโรงแรมที่ศรีราชา ที่ไปพักประจำอยู่คือ
Laemtong Serviced Apartment & Hotel
โรงแรมดีมากกกก และที่สำคัญคือ
มันอยู่ติดกับ ฮาร์เบอร์แลนด์ ตึกคอมศรีราชา
เอาไว้ให้เจ้าตัวแสบ วิ่งเล่นรอ ช่วงที่ผมไปวิ่งแข่ง
ห่างจากจุดสตาร์ท ประมาณ 8Km

30/8/2017 16:00
ตามกำหนดการ จะมีการบรีฟเส้นทาง
สำหรับนักวิ่งระยะ 70,100Km
มัวนอนเล่นกะลูกสาวอยู่ เลยไปถึงช้า
ไปถึงเค้าก็บรีฟจบไปแล้ว….เหอะๆ
ไม่รู้เรื่องไรกะเค้าเลย แต่คงไม่มีไรมาก(มั้ง)
เพราะวิ่งถนนเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับ
รอบอ่างเก็บน้ำบางพระ ผมเคยมาเทสวิ่งแล้ว
ตอนงานวิ่ง 2XU เลยพอจะจำเส้นทางได้

Wacoal Motion Road 100 2017
บรรยากาศช่วงบรีฟเส้นทาง
มาไม่ทันก็ รับbib แล้วถ่ายรูปเล่น วนไปครับ เหอะๆ

Wacoal Motion Road 100 2017
จุดรับbib ไวดี แต่ที่คับแคบไปหน่อย

Wacoal Motion Road 100 2017
Gear list สำหรับลุยวันพรุ่งนี้

อุปกรณ์วิ่งไม่มีปัญหาอะไรเพราะ setนี้
ใช้วิ่งมาจนเปื่อยแระ
อุปกรณ์ปฐมพยาบาลขาดไม่ได้เลย
เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นช่วง trail
อาจจะพลาดกลิ้งตกเขา กิ่งไม้บาด แพ้ตัวบุ้งผื่นขึ้นฯ
ควรมีติดตัวไปด้วย

สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากสุด คือ อาหาร !!!
เจล 1 อัน
(จริงๆ อยากพกซัก 4 อัน แต่ดันลืมซื้อมา)
กล้วยป้าเพียร 1 กล่อง
ขนมปัง 10 แผ่น ~240 กรัม
เกลือแร่ 3 ซอง

ผมมักจะมีปัญหากับการกิน
โดยเฉพาะหากต้องใช้เวลาวิ่งเกิน 10ชม.
(ผมเป็นโรคกระเพาะ เป็นๆหายๆ พอวิ่งนานๆ
ไม่ได้กินข้าวทั้งวัน จะมีปัญหากรดในกระเพาะ
วิ่งนานแล้วมักจะอวกแตก!!!)

เกลือแร่ พกทำไม ? ในงานเค้าก็มีแจกเป็นขวดๆ
ตอบ : มีบางงานแจก เกลือแร่อัดแกส
ซึ่งถ้ากินตอนวิ่งนี่ มันกัดกระเพาะ
แถมทั้งเรอ ทั้งตด พกเองดีกว่า ชัวร์สุด

Wacoal Motion Road 100 2017
มื้อเย็นวันนี้ ตามสูตรผมเอง
โหลดคาร์บแบบหนัก+โปรตีน และเกลือแร่ไว้ก่อนเลย
ข้าวพัด+ปลาทอด+เครื่องดื่มเกลือแร่
(เลือกอันที่ไม่มีคาเฟอีน) เดี๋ยวจะนอนไม่หลับ

เข้านอน 4 ทุ่ม ตั้งปลุกไว้ ตี3
คืนนั้นดันนอนไม่หลับซะงั้น กลัวตื่นไม่ทัน
กลัวนาฬิกาปลุกไม่ดัง (เคยมีประวัติมาแล้ว)
เลยหลับๆตื่นๆ

เวลาตี3 นาฬิกาปลุกดัง
ตามสูตรให้อาบน้ำเย็น แต่งตัว กินขนมปัง
โหลดคาร์บแบบย่อยง่าย อัดให้จุกเข้าไปเลย
เพราะกว่าจะทานข้าวเช้าคือ 8-9โมง

กะเวลาผิดไปหน่อย กว่าจะขับรถไปถึงจุดสตาร์ท
ที่ j park ก็ปาเข้าไป ตี3:55
จอดรถเก็บของแล้วก็วิ่งซิครัช เพราะปล่อยตัวนักวิ่ง ตี4!!!
ไปถึงจุดสตาร์ท กำลังจะเคาท์ดาว์นพอดี ฉิวเฉียดมาก

Wacoal Motion Road 100 2017
5 4 3 2 1 !!!!
สิ้นเสียงเคาท์ดาว์น นักวิ่งระยะ 100Km
ทุกคนวิ่งออกจากจุดสตาร์ท ด้วยสายตาอันมุ่งมั้น
เสียงเชียร์จากเพื่อนนักวิ่งระยะอื่นๆ ดังไม่ขาดสาย
บรรยากาศมันตื่นเต้นจนขนลุกซู่

Wacoal Motion Road 100 2017

ผมวิ่งวอร์มเบาๆ ตามกลุ่มไปเรื่อยๆ วิ่งไปวิ่งมา
ดันลืมตัวแซงไปเรื่อยๆ ลากเข้า pace 4-5
เดี๋ยวจะไม่จบเอา เลยลด pace เหลือ pace 6-7
ผมหากลุ่มที่ pace ใกล้ๆกันแล้วเกาะไปด้วย
กลุ่มนำข้างหน้าน่าจะมี 20-30คน

Wacoal Motion Road 100 2017

วิ่งแล้วพยายามเช็กตัวเอง ระบบหายใจ
กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทุกอย่างok
มีปวดไหล่นิดหน่อยเพราะแบกของกิน
และ powerbankมาด้วย

วิ่งผ่าความมืดสนิทไร้แสงไฟจากถนน
มีแค่แสง จากไฟฉายคาดหัวเท่านั้น
ผ่านไป 4Km เข้าสู่ จุดCheckpoint 1
ตั้งแต่นี้ไปจะมีไฟถนนตลอดทางแล้ว
ผมเก็บไฟฉายเข้ากระเป๋า ประหยัดแบท
เก็บไว้ใช้คืนนี้ต่อ อากาศเช้านี้ดีมาก วิ่งสบาย
ทางก็เรียบ ผมประคองpace 6-7 ไปเรื่อยๆ
พยายามไม่เร่ง

กิโลเมตรที่ 20
เข้าสู่สันเขื่อน ของอ่างเก็บน้ำบางพระ
แสงจากพระอาทิตย์เริ่ม ปรากฏให้เห็นแล้ว
ตอนนี้ผมใช้เวลาวิ่งมาแล้ว ประมาณ 2:05 ชม.
เวลาดีทีเดียว

กิโลเมตรที่ 24
ความบันเทิงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เราต้องวิ่งขึ้นเขาฉลาก Elev Gain ~300m
ถนนลาดยาง ระยะทางประมาณ 2.2Km
ดูเหมือนไม่ยากอะไร แต่เส้นทางแบบว่า…
ขึ้น ขึ้น ขึ้น แล้วก็ขึ้น อย่างเดียว
แทบไม่มีที่ให้พักหายใจ
ประสบการณ์หลายสนาม สอนให้เรารู้ว่า
หากเจอทางขึ้นเขา ก็ได้เวลากิน
ผมแกะขนมปัง และกล้วยป้าเพียรมากิน
เดินไป กินไป ชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ

ไม่นานก็ถึงยอดเขา มีจุดให้น้ำและขนม
มีเจ้าหน้าที่คอยเช็กbib ตรงนี้

หลังจากนี้ก็ได้เวลาสนุกแล้วซิ
ผมถนัดวิ่งเทรล โดยเฉพาะช่วงดิ่งลงเขา
นี่เขาทางเลย มันส์มาก ช่วงลงเขา แซงนักวิ่ง
ได้ประมาณ 4-5คน ใช้เวลาประมาณ 10นาที
ก็ถึงตีนเขา กลับเข้าสู่ถนนลาดยาง

กิโลเมตรที่ 35
เราจะวิ่งวนกลับมาที่ จุดCheckpoint 1 อีกครั้ง
เมื่อวานไม่ได้มาฟังบริฟ
เลยไม่รู้ว่า bag drop ไว้ที่นี่ได้
นักวิ่งสามารถฝากของที่จะใช้ หรือ
ยังไม่ใช้ ไว้ตรงจุดนี้ได้ เพราะเราวิ่ง 3 รอบ
ยังไงก็ต้องผ่านจุดนี้

แล้วไอ้ผมนี่ ก็ดันไม่รู้ไง แบกของกินหนักเป็นกิโล
ใส่หลังวิ่งมา 35Km เพื่อ!?!

Wacoal Motion Road 100 2017
ที่จุดนี้มีข้าวเช้าให้กิน ผมซัดมาม่า 1กระป๋อง
ข้าวราดแกงอีก 2จาน อิ่มแปร้
นั่งคุยกะเพื่อนๆ นักวิ่งท่านอื่นๆ ไปพรางๆ
รออาหารย่อยซักพัก แล้วค่อยวิ่งต่อ
วิ่ง 1 Km สลับเดิน 1Km เริ่มออกอาการแล้ว

กิโลเมตรที่ 40
แดดร้อนมาก หลังแทบไหม้
ผมเริ่มมีอาการวิ่งไม่ออก ขาไม่มีแรง
ปวดต้นขา ปวดเอว ITB , Shin Splints
อาการปวดมาหมดทุกจุด

ผมเดินมากขึ้น พักนานขึ้น
และพลิกดูนาฬิกาบ่อยขึ้น ตอนนี้วิ่งๆเดินๆ
อยู่ pace 9-10 กว่าจะผ่านได้แต่ละ กิโลเมตร
เหมือนมันนานมากๆ

ในหัวผมตอนนี้เริ่มคำนวณ
ผมวิ่งมาแล้ว 40Km ใช้เวลาไปแล้ว 5:30ชม
ตอนนี้ เป็นเวลา 9:30น.
จุด cut off ที่ 66Km ต้องไปให้ถึงก่อน 16:00น.
เนี่ยเท่ากับว่า ผมเหลือเวลาวิ่งอีก 6:30ชม.
กับระยะทางอีก 26Km

ถ้าวิ่งๆเดินๆ ด้วยความเร็วขณะนี้คือ pace 10
ผมจะใช้เวลาวิ่งถึงจุด cut off ประมาณ 4:30ชม.
(เวลาประมาณ14:00น.) และยังเหลือวิ่งอีก 1 รอบ
ระยะทางอีก 42Km ที่ต้องวิ่งต่อ เพื่อให้จบ 100Km
ด้วยสภาพขาเปลี้ยแบบนี้

ผมอาจจะวิ่งได้ 100Km แต่ไป DNF หน้าเส้นชัย
เพราะไปไม่ทัน cut off 22:30น.

เริ่มมีคำถามวนเวียน เกิดขึ้นในหัว
“ผมจะวิ่งต่ออีก 60Km ทำไม…
เพราะยังไงก็ไม่ทันcut offหน้าเส้นชัย อยู่ดี ???”

ระยะ Ultra มันไม่เหมือน Full marathon
แค่วิ่งๆ 4-5ชม. ก็จบ
แต่นี่เราวิ่งกัน ~20ชม. แถมมี cut off เป็นตัวบีบเวลา
คุณต้องวางแผน ความเร็ว,การกิน,แรงที่ใช้วิ่ง
และบริหารเวลา มันไม่ง่ายเลยในการวิ่ง 100Km
โดยต้องหนีให้ทันcut off ตาม Checkpoint ต่างๆ

“ผมจะวิ่งต่ออีก 60Km ทำไม…
เพราะยังไงก็ไม่ทันcut offหน้าเส้นชัย อยู่ดี ???”
“ผมจะวิ่งต่ออีก 60Km ทำไม…
เพราะยังไงก็ไม่ทันcut offหน้าเส้นชัย อยู่ดี ???”
“ผมจะวิ่งต่ออีก 60Km ทำไม…
เพราะยังไงก็ไม่ทันcut offหน้าเส้นชัย อยู่ดี ???”
“ผมจะวิ่งต่ออีก 60Km ทำไม…
เพราะยังไงก็ไม่ทันcut offหน้าเส้นชัย อยู่ดี ???”
“ผมจะวิ่งต่ออีก 60Km ทำไม…
เพราะยังไงก็ไม่ทันcut offหน้าเส้นชัย อยู่ดี ???”

เสียงในหัว มันดังวนเวียนอยู่แบบนั้น

กิโลเมตรที่ 45
ผมพ่ายแพ้ให้กับใจที่อ่อนแอ ของตัวเองซะแล้ว
ผมจะวิ่งต่ออีก 60Km ทำไม…
เพราะยังไงก็ไม่ทันcut offหน้าเส้นชัย อยู่ดี ???
กลับไปนอนเล่นกะลูก กินอาหารอร่อยๆ
นอนโรงแรมสบายๆ ดีกว่ามั้ย
จะฝืนไปทำไม เพราะดูแววแล้ว ยังไงก็….ไปไม่ทัน

ผมเริ่มหยุดวิ่ง แล้วเดินมากขึ้น นั่งพักนานขึ้น
ตอนนี้ใจของผม สิ้นหวังไปหมดแล้ว
กลับไปขาย bib TNF100 ดีกว่า
ขนาดสนามนี้ยังไม่จบ TNF100 ยากกว่านี้เยอะ
ก็คงไม่จบเหมือนกัน โคตร Fail เลยตอนนี้

กิโลเมตรที่ 46
ในความสิ้นหวัง ยังมีความหวัง…
ผมนั่งพักที่จุดให้น้ำ ขา2 ข้างมันปวดไปหมด
แต่ที่เจ็บปวดกว่าคือใจที่แตกสลาย
ผมสมัครงานนี้ด้วยความมั้นใจ 100%
ว่าจบแน่นอน!!!

แต่ดูตอนนี้ซิ…ผมทำอะไรอยู่ ที่นี่ ตอนนี้ ???
สายตามองหาเจ้าหน้าที่ เพื่อจะเดินไปบอกว่า
ผมขอ DNF ช่วยพาผมนั่งรถกลับไปจุดสตาร์ทที
น่าอนาทใจจริงๆ

ซักพัก สิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะเห็น คือ…นักวิ่งคนนึง
กำลังวิ่งมาทางนี้ แล้วตะโกนเรียกชื่อผม
“พี่อิศ !!! โห ได้เจอตัวจริงซักที “
เค้าคือ @eak_guitarcry !!!!
งานนี้เค้าลงวิ่ง ระยะ 70Km

(@eak_guitarcry คือแฟนเพจคนนึง
ที่คอยติดตามอ่าน blog ของผม เค้านี่แหละ
ที่เป็นคนชวนผมมาวิ่งเขาฉลาก และชวนสมัครงานนี้
ผมและ @eak_guitarcry ยังไม่เคยเจอกัน
แบบตัวเป็นๆ เคยแค่คุยผ่าน facebook แค่นั้น)

Wacoal Motion Road 100 2017
@eak_guitarcry : โห ได้เจอตัวจริงซักที
@imooba : โหย โดนแซงอะ ปล่อยตัวทีหลัง
วิ่งแซงเฉย
@eak_guitarcry : มาทำไรตรงนี้เนี่ย
@imooba : ตะคริวกิน โดนเขาฉลากทำร้าย
@eak_guitarcry : ที่นี่ถิ่นผม ผมวิ่งประจำ
เอาให้จบนะพี่
@imooba : จบซิ เอกก็ต้องจบนะ
(ในใจคือ ผมจะเลิกละแต่ มันพูดไม่ได้)
@eak_guitarcry : มาๆ ถ่ายรูปกันหน่อย
@imooba : เดี๋ยวๆ ใส่หมวกก่อน เดี๋ยวไม่หล่อ
@eak_guitarcry : สู้ๆพี่ เดี๋ยว ผมวิ่งไปก่อนนะ
@imooba : เดี๋ยวตามไป สู้ๆ ต้องจบนะ
(แน่นอน ผมพูดประโยคนั้นไป
เพราะผมกำลังจะDNF นั่นเอง…)

เราโบกมือลากัน
ก่อนที่@eak_guitarcry กำลังออกวิ่งต่อไป
สายตาเค้าดูมีพลัง
ผมว่าเค้าวิ่งจบด้วยเวลาที่ดี แน่นอน

เมื่อ@eak_guitarcry วิ่งจากไป…
ผมหันไปมองเป้น้ำ ที่แขวนทิ้งไว้บนเก้าอี้…

“แฟนเพจเชียร์ซะขนาดนี้
เอาซักหน่อยมั้ยละ ???
ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว ไปDNFกัน
อย่างน้อยก็สนุกให้เต็มที่ DNF ก็ช่างมัน”

ผมพูดกับตัวเอง แล้วหยิบเป้น้ำมาสะพายหลัง
หยิบipodมาเสียบหู แล้วออกวิ่งอีกครั้ง
(ปกติผมเป็นคนไม่ฟังเพลงตอนวิ่ง
แต่ก็มักจะพก ipodมาด้วย เผื่อใช้ในช่วงเวลาสิ้นหวัง
แบบนี้นี่แหละ)

Wacoal Motion Road 100 2017
เหมือนยกภูเขาออกจากอก หัวมันโล่งๆ
ผมวิ่งโดยไม่คิดถึงเวลา cut off
ไม่คิดถึง pace ไม่คิดอะไรเลย… ช่างมันเถอะ
วิ่งไปฮัมเพลงไป ความสนุกในการวิ่งกลับมาอีกครั้ง
รู้สภาพแล้วยังไงก็ไม่ทัน
วิ่งเล่นขำๆไปเรื่อยๆก็แล้วกัน หมดเวลาตรงไหน
ก็จบตรงนั้นแหละ วิ่งไปแวะซื้อกินไอติม
แวะซื้อน้ำมะพร้าว ชิวแค่ไหนอะคิดดู (-_-!)

Wacoal Motion Road 100 2017

กิโลเมตรที่ 50
Checkpoint 2
ก่อนเข้าประตู อ่างเก็บน้ำบางพระ จุดนี้มีข้าวให้ทาน
ตอนนี้ประมาณ 12:00 พอดี แวะกินข้าวกันก่อน
เป็นข้าวหมูทอดกะเทียม ผมจัดไป 1 จาน
แล้วซัดแปบซี่ ตามรัวๆ โคตรชื่นใจเลย
มีเพื่อนนักวิ่ง หลายคนขอ DNF ที่จุดนี้
ผมนั่งมองตาปริบๆ แล้วคิดในใจ
หรือ….
เราจะบอก DNF ตรงนี้แล้วขึ้นรถไปกับเค้าดีนะ???
จะเหนื่อยวิ่งขึ้นเขาฉลากอีกทำไม
ยังไงก็จะไป DNF ที่ 66Km อยู่แล้ว

“จะวิ่งต่ออีกทำไม…
เพราะยังไงก็ไม่ทันcut offหน้าเส้นชัย อยู่ดี ???”

Wacoal Motion Road 100 2017
ขณะนั่งพักนั่นเอง เพื่อนนักวิ่ง 3-4คน
เริ่มถกกันถึงเวลาcut off ว่ายังไงก็ไปไม่ทัน 16:00น.
ถ้าจะทันคือต้องวิ่ง pace7-8 ผ่านเขาฉลาก
และถึงจะไปทัน 16:00น. วิ่งรอบสุดท้ายอีก 42Km
นี่ไม่น่าจะเหลือแรงแล้ว
(พวกเค้ากำลังคิด เหมือนที่ผมคิดตอนนี้นั่นแหละ
ยังไงก็ DNF เหอะๆ)

ผมหยิบมือถือ มาเช็ก facebook
(ว่างขนาดไหนอะคิดดู มีเวลามานั่งถ่าย selfy )
แล้วคุณนายก็ส่งLineมาให้ผมดู
ว่าลูกสาวกำลังเล่นสนุกอยู่ รอปาป๊ารีบกลับ มาเล่นด้วย
ช่างบีบหัวใจจริงๆ อยากขึ้นรถกลับตอนนี้เลย เหอะๆ

นั่งรออาหารย่อยซักพักก็วิ่งต่อ
Wacoal Motion Road 100 2017
ไอ้เขาสูงๆนั่นแหละ เขาฉลาก ที่ต้องวิ่งขึ้นๆลงๆ 3รอบ

กิโลเมตรที่ 53
จุดให้น้ำสุดท้ายก่อนขึ้นเขาฉลาก
มืดฝนตั้งเค้ามาแล้ว ลมแรง เสียงฟ้าร้อง ฟ้าแลบ มาครบเลย
ฝนตกแน่นอน จะเลิกก็ต้องเลิกตอนนี้
ไม่งั้นก็ต้องเดินขึ้นเขาฉลาก
เดินขึ้นเขาไปมีโอกาศเจอฝนกระหน่ำบนนั้นแน่ๆ ???

Wacoal Motion Road 100 2017
ผมหยุดที่นี่อีกครั้งเพื่อตัดสินใจ
มีเพื่อนนักวิ่ง กลุ่มเดิม 3-4คนนั่งคุยกันอยู่
เท่าที่จำได้คือมี เพื่อนนักวิ่งระยะ 100Km
bib m100-047 กับ m100-028
และนักวิ่ง 70Km อีกคนนึง พวกเค้าบอกว่าจะขอ DNF
และกำลังคุยกะเจ้าหน้าที่ขอรถมารับ
ผมเริ่มลังเล เอาไงดี คิดไปคิดมา…
กลับไปเล่นกะลูกเหอะ

เลิกง่ายๆซะงั้นอะ….

คนเราเวลาหมดใจ พอเจอใครถอดใจ
เราก็มักจะถอดใจตามไปง่ายๆ

เลยบอกพวกเค้าไปว่า ขอผมDNF ด้วยละกัน
ขอติดรถไปด้วย
(ตอนนี้มี 4 คน รวมผมด้วย นั่งมองหน้ากัน ขอDNF)

ระหว่างนั่งรอรถนั่นเอง….
มีเพื่อนนักวิ่งระยะ 100Km อีก 2คนผ่านมา
เป็นผู้หญิงคนนึง ผู้ชายคนนึง
และเพื่อนนักวิ่งระยะ 70Km อีก 2คน
m70-023 และ m70-032
เราบอกพวกเค้าว่ากำลังจะ DNF ไปด้วยกันมั้ย
วิ่งขึ้นเขาฉลากตอนนี้ ยังไงก็ไปไม่ทัน cut off 16:00น.

พี่ผู้หญิงรีบบอกเลย
“อย่ามาชวน DNF ตรงนี้นะ มาแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด
ถ้าจะ DNF ก็จะขอไป DNF ที่จุด cut off
ปีที่แล้วพี่ก็ DNF
ปีนี้พี่ จะไม่ยอมเป็นแบบนั้นเด็ดขาด“
(ผมคิดในใจ เชร็ดดด ไงละ โคตรหญิงแกร่ง)

น้องนักวิ่ง ระยะ 70Km ก็ช่วยบิ้ว
“ ทันถมเถพี่ พี่วิ่งๆเดินๆไปเนี่ย เดี๋ยวก็ถึง
ข้างหลังพี่ มีคนตามอีกเป็น 10 ก็เดินๆเหมือนพี่นี่แหละ
ฝรั่งก็มี ผมเห็นเดินๆ เป๋ๆ แบบพี่นี่แหละ ยังไม่ยอมหยุดเลย
พี่ 3คน 100Km อาจจะไม่ทัน
แต่พี่ 70Km จะมายอมแพ้อะไรตอนนี้
ไป ไป ด้วยกัน ไปกับพวกผมนี่ “

แล้วพวกเค้าทั้ง 5 คนก็ มุ่งหน้า ออกวิ่งต่อไป…
เหลือไว้เพียง กลุ่มDNF 100Km 3 คน(รวมผม)
นั่งมองหน้ากัน…
ยังไงดี…

ผมพลิกดูนาฬิกาอีกครั้ง…พี่ผู้หญิงดูๆแล้วเดินช้ากว่าผมอีก
ยังไม่ยอมแพ้เลย ผมจะมายอมแพ้ตรงนี้ได้ไง
ผมมองตาเพื่อนอีก 2 คนแล้วบอกว่า
“ปะ ลองดูกันซักตั้ง เอาอีกรอบ”
เพื่อนทั้ง 2 พยักหน้า เหมือนใจเราสื่อถึงกันได้ เหอะๆ

แล้วเราทั้ง 3 คนก็ ออกวิ่งขึ้นเขาฉลากอีกครั้ง
นั่งนานก็เลยมีแรง พวกเราขึ้นเขากันเร็วพอสมควร
ซักพักก็ไล่มาทันกลุ่ม 5คน ที่ออกมาก่อนเรา

เสียงทักทาย พร้อมรอยยิ้มจากพี่ผู้หญิง
“นึกว่าจะถอดใจไปซะละ เนี่ยเดินๆไปด้วยกันเดี๋ยวก็ถึง”

ผมได้แต่ยิ้มตอบกลับไป แต่ไม่ได้พูดอะไร

สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาแล้ว
ผมเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมดยัดใส่เป้ กันเปียก
งัดpowergelออกมากิน แล้วมุ่งหน้าลุยฝนเดินขึ้นเขาต่อไป

กิโลเมตรที่ 57
เราเดินขึ้นมาถึงยอดเขาฉลากอีกครั้ง ล้างหน้าล้างตา
ผมขอตัวแยกจากเพื่อนๆที่มาด้วยกัน
ขอทิ้งทวน ระเบิดความมันส์ดิ่งลงเขาก่อน
ไม่มีอะไรสนุกไปกว่าช่วงนี้อีกแล้ว

Wacoal Motion Road 100 2017
ผมวิ่งอัดลงเขาท่ามกลางสายฝนโปรยปรายเบาๆ
เจลที่กินไปเริ่มออกฤทธิ์ ไม่เกิน 10นาที ผมก็ลงมาถึงตีนเขา

ตอนนี้ ผมเริ่มสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง…ที่ซ่อนอยู่

จริงๆแล้ว ผมยังวิ่งได้นี่หว่า…
และยังวิ่งได้เร็วด้วย แรงยังเหลือ…
ถ้าวิ่งรักษาpaceดีๆ ผมจะไปทัน 16:00น.
ถึงก่อน cut off แน่นอน

หรือ…..
แท้ที่จริงแล้ว…
ไอ้ความรู้สึกว่า ไม่ไหว ไม่มีแรง ปวดขา วิ่งไม่ออก
ไปไม่ทันแล้ว มันก็แค่….
ความอ่อนแอ จากจิตใจของผมเอง ???

นั่นนะซินะ ผมนี่ช่างอ่อนหัดจริงๆ
ความรู้สึกผมเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว เหมือนตายแล้วเกิดใหม่
ผมกำลังก้าวข้ามกำแพงของตัวเอง
ความเชื่อมั้นของผมเพิ่มขึ้น ผมไม่รู้ว่ามันเพิ่มมาจากไหน

และ….ตอนนี้….

“ผมอยากได้เสื้อ finisher ” !!!

Wacoal Motion Road 100 2017
ผมแวะดื่มน้ำ ล้างหน้าล้างตาที่จุดให้น้ำตีนเขาฉลาก
แล้วออกวิ่งอีกครั้ง ด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ครั้งนี้ผมจะวิ่งทุกก้าวอย่างเต็มที่
และจะไม่หยุดจนกว่าจะถึงเส้นชัย

กิโลเมตรที่ 64
ผมวิ่งรักษาความเร็วที่ pace 7-8 และไม่หยุดวิ่งอีกแล้ว
วิ่งแซงนักวิ่งท่านอื่นเรื่อยๆ ประมาณ 3-4 คนได้
ด้านหน้าของผมมีใครซักคน กำลังวิ่งอยู่ เห็นอยู่ลิบๆ
ใครคนนั้น…
ผมจำชุดได้ เค้านั่นเอง
@eak_guitarcry !!!!

กำลังวิ่งกระเพลกๆ เหมือนเจ็บขา
(แหงละวิ่งมา 50-60กิโล ไม่เจ็บไม่ปวดอะไรเลย
ก็เป็นยอดมนุษย์แล้ว)

หัวใจผมพองโตอีกครั้ง
ประโยคที่เอกทิ้งท้ายให้ผม ก่อนจากกัน
“ต้องจบนะพี่”
ยังดังก้องอยู่ในหัวของผม
ผมเร่งฝีเท้าขึ้น จนวิ่งมาทัน @eak_guitarcry

@imooba : แซงแล้วๆ เอาคืน
@eak_guitarcry : อ้าวเฮ้ยพี่ มาทันจริงด้วย
@imooba : ไม่ได้ๆ ต้องจบ เร่งหน่อยเดี๋ยวไม่ทัน cut off 555
@eak_guitarcry : อย่างพี่วิ่งจบอยู่แล้ว

ผมโบกมือขอวิ่งแซงไปก่อน รอบขากำลังได้ที่

กิโลเมตรที่ 66
ผ่านจุดCheckpoint CP1
ตอนนี้ผมวิ่งมาแล้ว 66 Km ใช้เวลาวิ่งไปแล้ว 10:45ชม.
ขณะนี้เวลา 14:45น. เท่ากับว่าผมเข้าก่อน cut off 2ชม.

ยังพอมีเวลา ผมเดินออกมารอ @eak_guitarcry
ที่กำลังวิ่งตามเข้ามา
เราทักทายกันอีกครั้ง @eak_guitarcry ต้องกลับตัวที่นี่
เพื่อกลับไปเข้าเส้นชัย ที่ 70Km
เรายิ้มและโบกมือลากัน
ภาระกิจของ@eak_guitarcry กำลังจะจบ
แต่…
ภาระกิจของผมกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกรอบ
เหลือระยะทางอีก 38Km กว่าจะถึงเส้นชัย
(ระยะจริงของงานนี้คือ 102Km)

ผมนั่งทานข้าว ท่ามกลางสายฝน
ที่กำลังโปรยปรายลงมาไม่หยุด
กินๆเข้าไปจะได้มีแรง เพราะหลังจากนี้
ผมจะหยุดวิ่งไม่ได้แล้ว
อิ่มแล้วก็ออกวิ่งต่อเลย รอให้ย่อยไม่ทันแล้ว
ยังมี cut off 18:00น. จุดสุดท้าย
ที่ประตูทางเข้า อ่างเก็บน้ำบางพระ
ที่เราต้องเร่งวิ่งไปให้ทัน โอ้เอ้ไม่ได้แล้ว
เราเสียเวลากับความอ่อนแอของเรา
มามากเกินพอแล้ว

ผมออกวิ่งอีกครั้ง ถึงฝนตกเราก็จะฝ่าไป
แต่….

ความแน่นอน คือความไม่แน่นอนนั่นแหละ
ดูเหมือนว่าขาจะเริ่มไม่เป็นใจซะแล้ว
มันเริ่มปวดมากขึ้นๆ ผมอัดสเปรฉีดขาทั้ง 2 ข้าง
ตั้งแต่สโพกยันข้อเท้า ให้มันชาไปเลย
วิ่งจะได้ไม่รู้สึกเจ็บ

ไม่มีความสำเร็จใด
ได้มาโดยปราศจากความพยายาม
ต่อให้ต้องเฉือนเนื้อ หั่นกระดูก
ผมก็จะเอา เสื้อ finisher กลับบ้านให้ได้

กิโลเมตรที่ 80
17:27น. ผมวิ่งๆ เดินๆ ลากสังขาร
มาจนถึงที่นี่ Checkpoint จุดสุดท้าย
ที่ประตูทางเข้า อ่างเก็บน้ำบางพระ
cut off ที่จุดนี้คือ 18:30น.
ผมมาถึงแบบฉิวเฉียดมาก
( ผมจำผิดมาตลอดว่า cut off ที่จุดนี้คือ 18:00น. )

รอดแล้วโว้ยยย !!!
จากคนที่กำลังจะ DNF ตอนนี้มาถึงจุดนี้ได้ สะใจโคตรๆ
ที่เหลือก็แค่…
ไปเข้าเส้นชัย ให้ทันก่อน 22:00น.
เท่ากับว่าตอนนี้….
ผมเหลือเวลา 4:30ชม กับระยะทางอีก 22Km
ที่จะต้องข้ามเขาอีก 1ลูก ระยะแค่นั้น กับเวลาที่เหลือ
ดูเหมือนจะง่าย…
แต่สำหรับคนที่พึ่งวิ่งมา80Km
4:30ชม ที่เหลือนั่น ไม่ง่ายเลยถ้าจะไปให้ทัน

ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ผมหยิบHeadlamp ออกมาเช็ก
ว่าไฟยังเปิดได้อยู่มั้ย เพื่อเช็กความพร้อม
เพราะเดี๋ยวเราต้องวิ่งขึ้นเขาท่ามกลางความมืด

ที่จุดนี้ มีนักวิ่งนั่งพักอยู่ 2-3 คน
เป็นพี่ผู้หญิง F100-511 กับลุง F100-085
คุณลุงฟิตมาก ขนาดอายุมากแล้วยังมาได้ถึงที่นี่
แถมยังวิ่งเร็วกว่าผมอีกนะ
คุณลุงมีเพียงไฟฉายเล็กๆอันนึง
ส่องแล้วแทบมองอะไรไม่เห็นเลย
แกบอกว่า ตอนขึ้นเขาขอวิ่งไปด้วยนะ
ไฟฉายลุงไม่สว่าง แกไม่รู้ว่าต้องใช้เลยไม่ได้เตรียมมา
พี่ผู้หญิงบอกว่า เดี๋ยวลุงไปกับนู๋ก็ได้
แล้วทั้งคู่ก็วิ่งออกจากจุด Checkpoint ไปพร้อมกัน

Wacoal Motion Road 100 2017
ส่วนผม ขอพักกินน้ำก่อนเดี๋ยวตามไป

กิโลเมตรที่ 84
จุดให้น้ำสุดท้ายก่อนขึ้นเขาฉลาก ฟ้ามืดแล้ว
มืดมากกก เริ่มมองไม่เห็นทาง
ผมวิ่งมาทันพี่ผู้หญิงอีกครั้ง
ผมบอกว่าเดี๋ยวเราวิ่งไปด้วยกันดีกว่าครับ
เพราะตอนนี้ไม่เหลือนักวิ่งแล้ว ขึ้นเขามืดๆ นี่อันตราย
ไปด้วยกันน่าจะเซฟกว่า

ผมถามหาลุง ว่าลุงหายไปไหนละ
พี่ผู้หญิงบอกว่าลุงแกวิ่งไปก่อนแล้ว….
ไฟฉายอันเท่านิ้วก้อย แกจะวิ่งเห็นทางไหมนั่นนะ !?!

ผมหยิบHeadlamp มาคาดหัว แล้ววิ่งไปพร้อมพี่ผู้หญิง
(พอดีไม่ได้ถามชื่อ เหอะๆ)

ทางขึ้นเขามืดสนิท มืดมากจริงๆ คืนนี้มีเมฆมาก
ไม่มีแสงดาว ไม่มีแสงพระจันทร์
ผมลองปิดไฟแล้วก้มมองมือตัวเอง
แม่งงงง มองไม่เห็น !!!

ผมเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ กับพี่ผู้หญิง คุยกันไปเรื่อยๆ
ถึงได้รู้ว่าพี่เค้าบินมาจาก ปัตตานี เพื่อวิ่งงานนี้เลยนะ โอ้ววว
พี่เค้าไม่เคยวิ่งเทรล แต่ก็สมัครงาน เทรลตะนาวศรีไป โอ้ววว
ผมเลยแนะนำ วิธีวิ่ง วิธีซ้อมไป อาจจะพอช่วยได้บ้าง…มั้ง
เดินไปคุยไป มองไปข้างหน้าไม่เห็นแสงไฟ
มองไปข้างหลังก็ไม่เห็นแสงไฟ
แล้ว….ลุง หายไปไหนแล้วเนี่ย O_o

ใช้ เวลาอยู่พักนึง เราก็มาถึง ยอดเขาฉลาก
ลุงอยู่นั่นเอง เดินกระหย่องกระแหย่งอยู่
ท่าเดินแบบนี้แต่วิ่งเร็วโคตร
“ขอลุงลงเขาด้วยนะ ตาไม่ค่อยดี”
“เดี๋ยวคุณลุง ลงพร้อมนู๋ ก็ได้ค่ะ” พี่ผู้หญิงบอก

ลุงมีคนลงเขาเป็นเพื่อนแล้ว ผมเลยขอแยกตรงนี้
ช่วงลงเขาจะช่วยเซฟเวลาได้ดีมาก
ถ้าไม่เร่งช่วงนี้ อาจไปไม่ทัน cut off ที่เส้นชัย

ผมผูกเชือกร้องเท้าให้แนนกว่าเดิม
เช็กสัมภาระว่าจะไม่มีอะไรร่วงหล่นหายไป
ปรับเฮดแลมป์ให้สว่างที่สุด ปรับรัดหัวให้แน่น
สูดหายใจลึกๆ เตรียมกระโจนลงจากยอดเขา

ทันใดนั้นเอง
สายตาเหลือบไปเห็น นักวิ่ง 2 คน พึ่งวิ่งมาถึงยอดเขา
เฮ้ย !!!
เฮ้ย !!!
เฮ้ย !!!
เฮ้ย !!!
bib m100-047 กับ m100-028
2คนนี้ คือ คนที่นั่งรอรถ DNF กับผมนี่
เฮ้ย ยังอยู่ !!!!

เรา 3 คนส่งเสียงเฮ ดังลั่น แล้วเดินเขามากอดกัน
เฮ้ย ยังอยู่ !!!! นึกว่าเลิกไปซะละ
จากคนที่กำลังจะ DNF ตอนนี้ เค้าทั้ง 3 กำลังจะเป็น Finisher
ปราบปลื้มจริงๆ หัวเราะกันดังลั่นเลย

เจ้าหน้าที่บนเขาบอกว่า ตอนนี้ มี13 คนสุดท้าย
ที่ผ่าน Cut off ตรงประตูทางเข้า อ่างเก็บน้ำบางพระ
กำลังตามขึ้นเขามา

คุยกันแปรบนึง ผมก็ขอตัว ลงเขาก่อน
ผมวิ่งลงเขาด้วยหัวใจที่เบิกบาน
วันนี้เป็นวันที่ดีมากๆเลยละ
มีเรื่องดีๆให้น่าจดจำตั้งหลายอย่าง

ในป่า ผมเจอนักวิ่ง อีก 2คน กำลัง ค่อยๆเกาะกิ่งไม้ลงเขาอยู่
ทักทายกันเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะวิ่งแซงลงมา

ไม่เกิน 10นาที ผมก็ลงมาถึงตีนเขา จุดให้น้ำตรงสุสาน…
เยี่ยมจริงๆ วิ่งผ่าความมืดลงมา ผ่านสุสานคนจีน ดีนะเจ้าหน้าที่จุดนี้เยอะ
ไม่งั้นคงหลอนน่าดู

ผมพลิกดูเวลาอีกครั้ง ขณะนี้เวลา 19:35น.
ผมอยู่ กิโลเมตรที่ 91เหลืออีก 11Km จะถึงเส้นชัย
( มีเวลาอีก 3ชม.ก่อน Cut off )
ฉิวเฉียดมาก ต้องรีบ โอเอ้ไม่ได้แล้ว

ก่อนออกจากจุดนี้ ผมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่อาสาทุกคน
ที่ช่วยดูแลมาทั้งวัน พี่ๆน่ารักมาก ช่วยเหลือนักวิ่ง
เต็มที่ทุกคน ไม่มีบ่นหรือทำท่ารำคาญ
ชื่นชมจากใจเลยครับ

ผมล้างหน้าล้างตา แล้วออกวิ่งอีกครั้ง 11Km สุดท้าย
เอาวะ ใส่ให้หมด อย่าให้ต้องมานั่งเสียใจว่าแรงยังเหลือ

กิโลเมตรที่ 97.5
ตลอดทางผมลาก pace 7-8 มาถึงที่นี่ CP1
จุดกลับตัวสุดท้าย ก่อนวิ่งกลับไปเข้าเส้นชัย
เหนื่อยมาก เพราะเค้นมาจนเกือบสุดละ
อีกนิดเดียว
นิดเดียวเท่านั้น ก็จะจบละ
ขณะนี้เวลา 20:36น. กับอีก 5Km สุดท้าย
จบทันแน่นอน

ผมอัดยาฉีดขารอบสุดท้าย ขาไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ก่อนออกวิ่งต่อ ทำให้มันจบๆไปซะ
ผมอยากกลับบ้านละ

ช่วงกลับตัว เราจะวิ่งสวนทางไปเจอ นักวิ่ง 100Km
ที่กำลังตามมา เราโบกมือทักทายกัน
“แล้วเจอกันที่เส้นชัย”

4 กิโลเมตร สุดท้าย
เราจะวิ่งตามถนนคอนกรีท ตัดไปออกหน้า J-park
ช่วงนี้จะมืดมากๆ เพราะไม่มีบ้านคน ไม่มีแสงไฟจากถนน

ต้องชมทีมงาน และพี่ๆอาสาสมัครกู้ภัยจริงๆ
พี่เค้าขับรถตามหลัง คอยส่องไฟ ดูแลเส้นทาง
ให้นักวิ่งทุกคน
ย้ำว่าทุกคนจริงๆ นักวิ่ง 1 คน มีรถประกบ 1 คัน
ไม่ขับมอเตอร์ไซค์ ก็ขับรถตู้ตาม
ส่องไฟให้จนเกือบถึงหน้าเส้นชัยเลยละ โอ้วววว

วิ่งๆมาซักพัก แสงไฟแรกที่เราเห็นคือ หอนาฬิกา
มันคือสัญญาณบอกว่า กำลังจะถึงเส้นชัยแล้ว
งานทรมาณบันเทิงนี้ มันกำลังจะจบลงแล้ว

ผมรูดซิบเสื้อ จัดbib หยิบหมวกมาใส่ ปาดเหงื่อหน่อย
เดี๋ยวภาพตอนเข้าเส้นชัยจะไม่สวย 555
ก่อนโบกมือลา พี่อาสาสมัครที่ขับรถตามมา
พร้อมกล่าวขอบคุณ

ข้างหน้าผมมีนักวิ่งกำลังวิ่งอยู่
และผมวิ่งตามมา ความเร็วมากกว่า จะแซงก็ได้
แต่…
ถ้าเราวิ่งแซง พี่เค้าก็จะไม่ได้ ภาพหน้าเส้นชัย
หรือ ถ้าได้ก็อาจจะไม่สวย เพราะเราบังอยู่ข้างหน้า

วิ่งมาตั้ง 100Km เราควรจะให้เกียรติ นักวิ่งด้วยกัน
มาวิ่งตัดหน้า แย่งภาพแห่งความทรงจำของเค้าไป
ก็ใจร้ายเกินไปนะ
ผมจึงเลือกที่จะผ่อนแรง แล้วเดินช้าๆตามไปแทน
ให้พี่เค้าเข้าเส้นชัย ได้ถาพสวยๆก่อน
แล้วเราค่อยตามเข้าไป

ไม่รู้ใครมันช่างเป็นคนคิด
ให้เดินขึ้นข้ามสะพานลอย ก่อนเข้าเส้นชัย
แต่ละก้าวขาสั่นพับๆ จะเข้าเส้นชัยอยู่แล้ว
ทำร้ายกันได้อีก

Wacoal Motion Road 100 2017
นาที ประวัติศาสตร์ !!!
เข้าเส้นชัยแล้วโว้ยยยยยยยย
Finisher แล้วโว้ยยยยยยยย สะใจจริงๆ
โม้ได้ยันลูกบวชแล้วทีนี้

Wacoal Motion Road 100 2017
Wacoal Motion Road 100 2017
สรุปเวลารวม
Distance 102.59 km
Time 17:20:56

เข้าเส้นชัย ก็หาที่นั่งพักเหนื่อย ยืดเส้น ยืดขา ก่อนเลย
ขาและเท้าตอนนี้ชาไปหมด
และถอดรองเท้าไม่ออก !!!
เท้ามันบวมจนคับแน่นรองเท้า
(ผมเคยได้ยินว่าวิ่งแล้วถอดรองเท้าไม่ออก มันเป็นแบบนี้เอง)

กว่าจะงัดเท้าออกมาได้ เล็บช้ำไป 2-3เล็บ ซักพักคงจะหลุดออกมา เหอะๆ
โรคยอดฮิตของนักวิ่ง วิ่งแล้วเล็บหลุด

Wacoal Motion Road 100 2017
3 คนนี้แหละ ที่นั่งกอดคอรอรถมารับ DNF
แต่ไปๆมาๆดันวิ่งกันจนจบได้ซะอย่างนั้น ถถถ

ผมนั่งพักเหนื่อย ในมุมเงียบๆ และมองดูนักวิ่งคนอื่นๆ วิ่งเข้าเส้นชัยตามมา
ทีละคน 2 คน

Wacoal Motion Road 100 2017

ก่อนมาแข่งผมเคยคิดว่า…
ถ้าผม Finisher 100Km ได้
ผมคงจะ ดีใจจนน้ำตาไหลพราก
ลงไปนอนกลิ้งแด่วๆ หน้าเส้นชัย
มันคงจะดีใจโคตรๆ
มีความสุขแบบสุดติ่ง

แต่พอทำได้จริงๆ
ตอนนี้….
ผมกลับรู้สึกเฉยๆ
อืมมม ฉันก็ทำได้นะ ก็ไม่ได้ยากอะไรนี่
ก็ดีใจนะ แต่ไม่ได้มากมายอะไร
(แปลกดีมะ ???)

ตอนวิ่งผมสนุกมาก และ ตอนกลับมามีความหวังอีกครั้ง
ผมดีใจมาก และก็มีความสุขมากๆ
แต่พอเข้าเส้นชัย ผมกลับรู้สึกว่างเปล่า…
.
.
ว่างเปล่า…
.
.
รู้สึกเงียบๆ เหงาๆ ซะด้วยซ้ำ
ผมก้มมองดูเสื้อ Finisher และ เหรียญรางวัล
แล้วก็รู้สึกเฉยๆ

หรือแท้จริงแล้ว ความสุขของเรา อาจไม่ได้มาจาก
การได้ทำสำเร็จ แต่มาจากการได้ลงมือทำตะหาก

ความสนุกของผม วันนี้มันจบละ ผมยิ้มกับตัวเอง

ก่อนโยนเสื้อ Finisher และ เหรียญรางวัล ไว้หลังรถ
แล้วขับรถกลับโรงแรมพร้อม น้ำแข็ง 4ถุง
ตอนนี้ผมอยากนั่งแช่อ่างน้ำแข็ง แล้วมานอนแช่น้ำอุ่นๆ
หลับซักตื่น แล้วพรุ่งนี้ก็ตื่นมากินอาหารทะเลอร่อยๆ
พร้อมหน้าพร้อมตาเด็กๆ

Finisher 100Km วันนี้สอนอะไรผมหลายๆอย่าง

หากเราคิดว่า มันเป็นไปไม่ได้แล้วละ
ไม่ทันแล้ว สายไปแล้ว
นั่นเพียงเพราะ ….
เรายังไม่ได้ก้าวผ่าน ความอ่อนแอของเราเอง
เรายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ จึงยังไม่รู้ว่า…
เรานั้นแข็งแรง มากกว่าที่เราคิด
เราเร็ว ได้มากกว่าที่เราคาดฝัน
เรายังไปได้อีกไกล มากกว่าที่เราเคยจินตนาการ

แท้จริงแล้ว เรานั้น แกร่งกว่าที่ตัวเองคิดไว้มาก
ขอแค่กล้าที่จะฝัน กล้าที่จะลงมือทำ
และจงศรัทธาตัวเอง
ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ หากเราตั้งใจ
และลงมือทำมันจริงๆ

สรุปทริป

สถานที่จัดงาน : เดินทางสะดวก ไม่ไกลกรุงเทพ มีที่จอดรถกว้างขวาง โรงแรม+ที่พักมีเยอะ
รูปแบบเส้นทาง : วิ่งบนถนนทางเรียบเกือบ 90% และอีก 10% เป็น trail
ระดับความชัน : มีภูเขา 1 ลูกสูงประมาณ 3-400m ต้องวิ่งผ่าน 3รอบ
ระดับความยาก : 100Km ไม่ยากมากแต่ cutoffโหด พยายามอย่ามัวโอ้เอ้ ก็น่าจะจบได้ ปีนี้สมัคร 131 คน Finisher 72
บรรยากาศงานวิ่ง : บรรยากาศดี ทีมงานดูแลดี น้ำ,อาหาร,สเปร์ไม่มีขาด นักวิ่งไม่เยอะมาก
ภาพรวมงานวิ่ง : ผมให้ 9/10
น้ำ+อาหาร : มีจุดให้น้ำ+เกลือแร่ตลอดเส้นทาง อาหารกลางวันโอเค ข้าวหมูกระเทียม ไข่พะโล้ มาม่า
เสียนิดนึง ตรงที่ไม่มีผลไม้อย่างกล้วย หรือ แตงโม
อยากให้ปรับปรุง : ถ้าเพิ่มขนมของกินเล่น กล้วย และ แตงโมจะเพอร์เพ็กมาก
ครั้งหน้ามาอีกมั้ย : งานดี เสื้อสวย พี่ๆอาสาสมัครน่ารักมาก
แต่ถ้าจะให้ลง100Km อีกรอบขอคิดดูก่อน เพราะต้องซ้อมมาเยอะมาก

ขอบคุณภาพสวยๆจาก
https://www.facebook.com/WacoalMotionRoad100/
ชาย ฟอร์รันเนอร์ พาวิ่ง

  • หน่อง

    ปรบมือให้ดังๆรัวๆเลยครับ ยังเยี่ยมเหมือนเดิม
    ผมวิ่งไม่เก่ง ยังวิ่งระยะสั้นๆ แต่วันที่วิ่งแล้วรู้สึกไปไม่ไหว ผมจะนึกถึงคำของคุณที่ว่า “นึกถึงลูกที่รอ นึกถึงการที่จะต้องขับรถพาพวกเขากลับบ้าน ……” ทุกที สุดท้ายก็เดินมั่งวิ่งมั่ง ลากตัวเองไปจนได้

    • imooba

      ขอบคุณที่ติดตามครับ ^^