เรื่องเล่าจาก The northface 100 thailand 2017

วนกลับมาอีกรอบแล้ว กับรายการวิ่ง trail แห่งปี The northface 100 thailand 2017
ปีที่แล้วหลังวิ่งจบ 50Km ผมบอกตัวเองว่าจะไม่มารายการนี้แล้ว
อ่าน เรื่องรายย้อนหลังปีที่แล้ว ได้ที่ link นี้ครับ ^^
http://xlrider.com/the-northface-100-thailand-2016/

เพราะมันเหนื่อย มันร้อน แล้วก็ได้ลองครบ loop มาแล้ว

แต่ไปๆมาๆ จบ 50Kmเหมือนแรงยังเหลือๆ และจิตใจมันก็อยากลองท้าทายตัวเอง
ปีนี้เลยกดสมัคร ระยะ 100Km ไป
ซึ่งถ้าวิ่งจบ ก็เป็นระยะ 100Km ครั้งแรกในชีวิต

ผมซ้อมหนักมาก รายการอื่นก็ไม่ลงวิ่ง เว้นให้ TNF2017 อย่างเดียว
หมายมั้นปั้นมือว่าจะต้องคว้า เหรียญ 100Km กลับบ้านให้ได้
ปีนี้พิเศษกว่าทุกปี เพราะมีการเพิ่มระยะ 75Km เข้ามาด้วย และเปลี่ยนเส้นทางวิ่งโดยวิ่งกลับLoop
(TNF100 thailand 2017 จะมีระยะแข่งขัน 10Km, 25Km, 50Km ,75Km และ 100Km)

1 สัปดาห์ก่อนแข่ง ลองซ้อมวิ่งเทสตัวเองดู สภาพดีมาก 10Km ใช้เวลา 53นาที
บวกกับความมั่นใจ ที่พึ่งจบ 50Km จากตะนาวศรีเทรลมาด้วยเวลาค่อนข้างดี
ทำให้มีความมั่นใจว่าปีนี้ 100Km TNF2017 ผมจะคว้าเสื้อ finisher กลับบ้านได้อย่างแน่นอน

แต่….
ความแน่นอนของชีวิต คือความไม่แน่นอน !?!

ศุกร์ที่ 3/2/2017
สภาพร่างกายของผม เช้านี้ไม่ดีเลย ผมป่วยเป็นหวัด(ติดมาจาก office) คัดจมูก น้ำมูกไหล หายใจไม่สะดวก
ร่างกายเพลียๆไม่ค่อยมีแรง เป็นมาประมาณ 2-3วันแล้ว กินยาแล้วก็ยังไม่หาย
เราเริ่มเห็นเค้าราง แห่งความซวยเข้าครอบงำซะแล้ว….(ทำไมต้องเป็นช่วงนี้ด้วย!?!)

The northface 100 thailand 2017

ผมลางานก่อนเลย 1 วันเพื่อไปรับ bib ที่ สิมาลินทร์รีสอร์ท
ระหว่างทางที่ขับรถมา ฟ้ามืดครึ้ม มีฝนปรอยๆ ซึ่งแปลกกว่าทุกปี (ปกติช่วงนี้จะร้อนตับแตกมาก)
ผมคิดในใจ ถ้าวันแข่งพรุ่งนี้ อากาศยังเป็นแบบนี้อยู่ สบายแน่ๆไม่ต้องวิ่งตากแดด

แวะพาคุณนาย และเจ้าตัวแสบแวะเที่ยวกันก่อน ที่เดิมร้านประจำ เดลี่โฮมเขาใหญ่
(ให้เวลากับตัวเองแล้ว อย่าลืมให้เวลากับครอบครัวด้วยนะครับ ^^)

73210

กินอิ่มกันแล้วก็ตรงไปลานกางเต็นท์ ที่ไร่วนกุล กันเลย ต้องรีบไปหน่อยเดี๋ยวได้ทำเลกางเต็นท์ไม่ดี
ไร่วนกุล เป็นที่ประจำของผมเลย
ค่ากางเต็นท์ ถ้าเอามาเองคิดคนละ 100บ แต่ถ้ามาเอาเต็นท์ที่นี่คิด 150บ.
มาแข่ง TNF100 ทีไรก็ต้องมากางเต็นท์ที่นี่ สะดวก+ใกล้จุดสตาร์ทประมาณ 2-300ม.
มีห้องอาบน้ำ และร้านกับข้าวขายจนดึก ป้าอ้อยเจ้าของไร่แกเข้าใจนักวิ่งดี
เพราะนักวิ่งไปพักที่ไร่แกเยอะ

The northface 100 thailand 2017

กางเต็นท์ ให้คุณนายและ เจ้าตัวแสบเรียบร้อย มีฝนลงปรอยๆเล็กน้อย
เลยต้องเดินไปรับ bib คนเดียว
(เสียใจอดพาลูกสาวมาเดินถ่ายรูปเล่นในงาน expo)
The northface 100 thailand 2017

The northface 100 thailand 2017

บรรยากาศตอนรับ bib ยังคงคึกคักเช่นเดิม แต่ปีนี้เหมือนบูทขายของมีน้อยไปหน่อย
ว่าจะหาซื้อ power gel ,power bar ,salt tablets แต่ไม่มีขายเลย

The northface 100 thailand 2017

4:00-5:00น มีบรรยายเทคนิคการวิ่ง trail จาก Ryan Blair
(Ryan Blair เป็นนักวิ่งแนวหน้า สังกัด The North Face Adventure Team)

The northface 100 thailand 2017

ก็คุ้มค่าที่ยืนรอฟังนะครับ ได้เทคนิคมาพอสมควร บางอย่างก็ไม่ตรงกับที่เราเคยอ่านมา
คงต้องไปลองปรับใช้ดูว่าช่วยได้จริงไหม

The northface 100 thailand 2017

จบแล้วก็ลงทะเบียน ฟังBriff เส้นทางวิ่ง สำหรับระยะ 50,75,100Km

The northface 100 thailand 2017

หากใครไม่เข้ามาลงทะเบียนตรงนี้จะถูกบวกเวลา 30นาที
ฟังBriffจบ กลับเต็นท์ กินข้าว จัดของแล้วรีบเข้านอน

The northface 100 thailand 2017

เสาร์ที่ 4/2/2017
วันแข่ง The northface 100 thailand 2017
ผมตั้งปลุกตี 3:30น. แต่นอนไม่ค่อยหลับเพราะอาการหวัดไม่ดีขึ้น ปวดหัว+คัดจมูก
3:00 ตื่นมาก่อนนาฬิกาปลุกซะอีก ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็อัดคาร์โบ ตามสูตรของผมเอง
ขนมปังโฮลวีท+เนยถั่ว 4 แผ่น กว่าจะstart 5:00 ก็น่าจะย่อยทันพอดี
แล้วอัดยาพารา 2 เม็ด+ยาลดน้ำมูกเข้าไป เผื่อจะดีขึ้น
(ไม่ควรเอาอย่างนะครับ ป่วยก็ควรพัก)

4:30 ผมมารอที่จุดสตาร์ท บรรยากาศคึกคักมาก
ปีนี้มี VVIP มาวิ่งด้วยที่ระยะ 50Km ตำรวจ-ทหารเลยเยอะเป็นพิเศษ
TNF100 thailand 2017 ปีนี้ นักวิ่งระยะ 100Km มีทั้งหมด 250คน
ถ้ารวมทุกระยะ TNF100 thailand 2017 ปีนี้จะมีนักวิ่งทั้งหมด 3500คน!!!
เยอะที่สุดตั้งแต่จัดรายการแข่งขันมา

The northface 100 thailand 2017

The northface 100 thailand 2017

5:00 เริ่ม count down ปล่อยตัวระยะ 100Km ผมตื่นเต้นมาก
สนามที่รอมาเป็นปี ซ้อมมาก็เพื่อสนามนี้สนามเดียว ต้องจบให้ได้ซิ Go GO Go!!!

The northface 100 thailand 2017

ชมVDO บรรยากาศปล่อยตัวที่นี่เลยครับ
https://www.youtube.com/watch?v=IUA2H-8j1to

ตามเสต็บเดิมครับ ผมเร่งขึ้นไปแถวหน้าๆก่อน แล้วจับคนที่สเต็ปวิ่งใกล้กับเรา
แล้วเกาะไปด้วยเลย
ผ่านไปแค่ 2 Km ก็เจอเขาลูกแรก กลุ่มก็เริ่มแตก ตอนนี้ผมน่าจะเกาะอยู่ประมาณ 40คนแรก
สภาพร่างกายตอนนี้ค่อนข้างดี ยาที่กินมาช่วยได้เยอะมาก แม้จะมีมึนๆอยู่บ้างก็ตาม

ผ่านไปประมาณ 10Km พบCP1 จุดให้น้ำแรก ตอนนี้ใช้เวลาไปประมาณ 1ชม.
ถือว่าทำได้ดี เป็นไปตามแผนที่วางไว้ คือวิ่งเฉลี่ยให้ได้ pace 6-7 ไม่เร่งมากไปเรื่อยๆ

แวะกินน้ำแล้ววิ่งต่อ วิ่งต่อได้อีกประมาณ 2Km ก่อนขึ้นเขาสูงลูกแรก 522m
ก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น…..

Holy shit ข้าศึกแมร่งบุก !!!!
มากันแต่เช้ามืดเลยนะ พุ่มไหนดีละทีนี้ แมร่งมีแต่ป่ามัน ที่สำคัญ…พึ่งปลูกซะด้วย
ไม่มีที่ให้ซุ่มตัวเลยนะแสรดดด

วิ่งไป สายตาก็สอดส่ายหาที่กำบังไป
นั่นไง!!!! เจอแล้ว ป่าอ้อย….คันนะ
เอาก็เอาวะ ไม่ไหวจะเคลียแล้ว !!!!

จงจำเอาไว้ นักวิ่งเทรลทั้งหลาย ลงสนามทีไรอย่าลืมทิชชู่เปียก !!!!

เสร็จภาระกิจก็วิ่งต่อ สบายตัว โดนแซงไปเยอะเหมือนกัน
พระอาทิตย์เริ่มขึ้นแล้ว ผมถอดheadlamp เก็บเข้ากระเป๋าเพื่อประหยัดแบท
แล้วควักหมวกมาใส่แทน แหงนหน้ามองท้องฟ้าเช้านี้ ไร้วี่แววก้อนเมฆ ร้อนตับแลบแหงๆ
แล้วเมื่อวานฝนตก ฟ้ามืดครึ้มคืออะไร…. หลอกกันชัดๆ (T_T)

นั่นละฮะ…
ความแน่นอนของชีวิต คือความไม่แน่นอน !?!

ผ่านไป 20Km
ผมวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ช่วงนี้เริ่มหายใจไม่ออกแล้ว น้ำมูกมาเต็ม เหมือนยาหมดฤทธิ์ซะละ
จมูกตันหายใจทางปากได้อย่างเดียว พอหายใจไม่ออกก็เริ่มปวดโพรงจมูก ลามไปปวดหัวต่อทีนี้
เริ่มปวดหัวตึบๆ แดดก็ร้อนหนำซ้ำยังกินน้ำเย็นๆเข้าไปอีก ยิ่งไอใหญ่
ไม่นะ….อย่าพึ่งเป็นตอนนี้ซิ….ยังไม่ครึ่งทางเลยนะ !!!

The northface 100 thailand 2017

ตอนนี้ในหัวผม เหมือนมีมาร 2 ตัวคอยเถียงกันอยู่
ตัวแรก บอกให้ผมหยุดเถอะ อย่าฝืนสังขารเลย กลับไปนอนที่เต็นท์เถอะ วิ่งต่อก็ไม่จบอยู่ดี
ตัวที่2 บอกให้ผมสู้ต่อไป ซ้อมมาเป็นปี ค่าสมัครก็แพง ไหนจะค่าเดินทางค่าที่พัก
ไหนจะงดงานวิ่งอื่นๆเพื่อรายการนี้รายการเดียวอีก จะยอมหยุดตรงนี้ได้ไง

มาร 2 ตัว นี่เถียงกันอยู่ในหัว ของผมตลอดเวลา
เอาไงดีฟระ ขายังมีแรงพอวิ่งได้อยู่ แต่ไอ้หายใจไม่ออก ปวดหัว ปวดชาไปทั้งหน้านี่ซิ

ผ่านไป 35Km ช่วงนี้ความเร็วเริ่มตก วิ่งไม่ออกแล้ว พยายามจะเดินเร็วๆแทน
คัดจมูก ปวดหัว หายใจไม่่ออก วิ่งไปพยายามสั่งน้ำมูกไป
แต่ก็เหมือนไม่ได้ช่วยอะไร มึนหนักกว่าเดิม ไอ้มาร 2 ตัวในหัวก็ยังเถียงกันไม่เลิก

The northface 100 thailand 2017

กิโลเมตรที่ 37 ขึ้นเขาลูกใหญ่ ลูกสุดท้าย 533m แนวเขาหินเป็นไฮไลท์ของรายการนี้เลย
วิวสวย วิ่งตามแนวเขา ช่วงลงเขาก็เจอกับหินลอยๆ แหลมๆคมๆ ตรงจุดนี้ใช้ความเร็วไม่ได้

The northface 100 thailand 2017

The northface 100 thailand 2017

The northface 100 thailand 2017

ตอนนี้ผมเบลอมาก ปวดโหนกแก้มเพราะคัดจมูกหายใจไม่ออก หัวนี่มึนหนักมาก

The northface 100 thailand 2017

หน้าตาแย่มากตอนนี้ ขนาดเห็นว่ามีช่างภาพถ่ายกำลังจะถ่ายรูป ยังไม่มีอารมณ์จะยิ้มเลย

เดินๆเบลอๆ เหมือนไร้วิญญาณ มีวูปๆไปช่วงนึง เกือบจะตกเขาใจหายว๊าป !!!
มาถึงจุดๆนี้ เจ้ามารตัวแรก เถียงชนะไปเรียบร้อยแล้ว….

“เอาให้จบ 50Km loop แรกแล้วหยุดเถอะ”

มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันเอ่อล้นขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ แล้วกระแทกขึ้นมาที่ตา
เจ็บใจก็เจ็บใจนะ เสียดายก็เสียดาย มันผิดหวัง มันไปต่อไม่ได้
ผมเดินไป….ปาดน้ำตาไป
ใช่ครับ ตอนนี้ผมร้องไห้แบบไม่อายเลย มันไม่มีใครเห็นหรอก เพราะตอนนี้วิ่งคนเดียวบนเขา
ซ้อมมาทั้งปี นี่คืออะไร จบง่ายๆ แบบนี้นะเหรอ…!?!
หวัดแดกเนี่ยนะ แมร่งเอ้ยยย ทำไมต้องเป็นกรู ทำไมต้องเป็นวันนี้ !!!
(ขออภัยที่ใช้ภาษาไม่สุภาพ ณ moment นั้นรู้สึกอย่างนี้จริงๆ)

นักวิ่งคนแล้ว คนเล่าวิ่งแซงผมไปเรื่อยๆ ยิ่งเจ็บปวดในใจ

บ่นกนด่าตัวเองอยู่พักนึง แล้วก็เริ่มทำใจ….
ยังมีคนรอผมอยู่ที่เต็นท์
พรุ่งนี้ผมยังต้องขับรถพาพวกเค้ากลับบ้าน
ลูกสาวยังรอกินข้าวอยู่
วันจันทร์ผมยังต้องไปทำงาน
และชีวิตผมยังต้องเดินต่อ

ใช่…เราไม่ได้มาวิ่งเพื่อค้นหาตัวเอง
เพราะรู้จักตัวเองดีแล้วจึงมาวิ่ง
เรามาวิ่งเพื่อให้รู้ว่า เรายังมีชีวิตอยู่ และมันมีค่ามากแค่ไหนที่วันนี้ยังหายใจ
วันนี้เราสนุกพอแล้ว

The northface 100 thailand 2017

“สิ่งสำคัญในการแข่งขัน อาจไม่ใช่การเป็นผู้พิชิต แต่มันคือการได้สู้อย่างสมศักดิ์ศรี
เราอาจไม่ใช่วีรบุรุษของคนทั้งสนาม แต่ก็เป็นวีรบุรุษของใครบางคน”

ขออภัยที่จำไม่ได้ ว่าประโยคนี้ผมเคยได้ยินมาจากไหน

พอเริ่มคิดได้ ก็เลิกด่าตัวเอง แล้วประโยคนึงที่ผมเองเคยพูดเอาไว้
ก็ดังขึ้นมาในหัว “มาวิ่งเทรลให้เหมือนมาเที่ยว”

ผมเริ่มวิ่งต่อไปด้วยรอยยิ้ม
ยิ้มซิ ยิ้มเข้าไว้ วันนี้เรามาสนุกนะ และเริ่มทักทายพี่ๆน้องๆทุกคนที่วิ่งผ่าน
เหมือนความเคลียดหลายๆอย่างหายไป

The northface 100 thailand 2017
สังเกตุจากรูปได้ว่า เริ่มมีความสุขกับการวิ่งเพิ่มขึ้น เริ่มปลง ชีวิตก็มีความสุข

กิโลเมตรที่ 42
ผมเจอนักวิ่งคนนึง สายวิ่งเท้าเปล่าซะด้วย ใส่ VFF(รองเท้า 5นิ้ว)วิ่งเทรล เหยกไม่ธรรมดา
หน้าคุ้นๆอีกละ คนนี้เคยเจอที่งานวิ่ง tiger blam ตอนนั้นเค้านั่งถ่ายรูปอยู่กลางป่านี่หว่า
นี่มันAdmin page วิ่งสร้างภาพนี่ ไม่ผิดตัวแน่
เลยทักไป “ใส่คู่นี้วิ่งไม่เจ็บเหรอครับ ?”
“เจ็บครับ เดี๋ยวจะเปลี่ยนอีกคู่มาใส่แทนละ คู่นี้ไม่ไหว”
วิ่งไปคุยไปพักนึง เลยได้รู้ว่า เค้ามาวิ่งแทนเพื่อน ตอนแรกจะลง 50Km
แต่เพื่อนดันเอา bib 100Km มาให้ เลยต้องวิ่ง100Km แทน
เดี๋ยวๆ พี่ไม่คิดซักนิดก่อนรึ !?!
แล้วพี่ก็รับมาวิ่ง 100Km ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ O_o!! คนไม่ธรรมดาแน่ๆ !!
วิ่งไล่กันมาพักนึง ถึงจุดให้น้ำ ผมแวะนั่งกินแตงโม แต่พี่แกกินน้ำแล้ววิ่งต่อ

ผมมักกจะมีเซ็นท์อย่างนึง
ใครที่ผมคุยด้วยแล้วถูกชะตา เวลามักจะพาให้เราได้มาพบกันอีกครั้ง
ผมรู้สึกว่า เดี๋ยวผมจะต้องได้เจอตาคนนี้อีกแน่ๆ ที่ไหนซักที่นึง

The northface 100 thailand 2017

กินแตงโมอิ่มแล้ว ก็วิ่งๆเดินๆต่อ เพราะวิ่งไม่ออกแระ ยิ่งวิ่งยิ่งแย่ ปวดหัวมาก

ช่วงลงเขานั่นเอง ผมพบน้องคนนึงหน้าคุ้นๆ…แต่ไม่รู้จัก เราทักทายกัน
น้องเค้าถามว่าเราจะทัน cutoff มั้ยพี่
ผมตอบไปว่าทันซิ เหลือเวลาตั้งเยอะ cutoff 13:30 ตอนนี้พึ่งจะเที่ยง
กับระยะทางที่เหลืออีก ประมาณ 5Km ทันแน่นอน
น้องเค้าทักผมว่า “พี่ใช่คนที่ไปวิ่งตะนาวศรีใช่ไหมครับ”
“น้องที่ service หาข้าวให้พี่กินใช่ปะ โหขอบคุณมากๆ”
เท่านั้นแหละ ถึงบางอ้อกันเลย น้องคนนี้เคยช่วยผมไว้ตอนงานตะนาวศรี
อยากขอบคุณนานแล้วจะไม่รู้จักกันก็เลยไม่รู้จะทำไง วันนี้มาเจอกันอีกครั้ง ได้ขอบคุณซักที
(แต่ก็ลืมขอ add friend อีกซะงั้น…จำได้แต่เลข bib เบอร์28)

ผมบอกว่าผมจะ DNF ที่50Km นะ เพราะผมไม่สบาย ไม่ไหวแล้ว
และบอกให้น้องเค้าสู้ๆ
ผมดูแววตาน้องเค้าแล้ว วิ่งจบ 100Km แน่นอน ส่วนผมนี่…ดับแน่นอน
วิ่งไล่กันมาพักนึง น้องเค้าก็วิ่งแซงหายไป
ทิ้งให้ไอ้อ้วนนี่ เดินเปล่าเปลี่ยวโดนแดดเผาต่อไป เมื่อไหร่จะถึงฟระเนี่ย

The northface 100 thailand 2017

ตอนเหนื่อยๆนี่ กว่าจะผ่านได้แต่ละกิโล รู้สึกว่านานมากกกกก

กิโลเมตรที่ 48
ทักเค้าไปทั่ว แล้วก็เจอนักวิ่งอีกคนนึง น่าสนใจเหมือนกัน กำลังเดินกระเพลกๆอยู่

The northface 100 thailand 2017

จากการเดินไป คุยกันไป จึงได้รู้ว่า มาวิ่ง 100Km ปีนี้รอบที่ 3 แล้ว
ปีแรกไม่ทัน cutoff ปีต่อมาเจ็บITB DNF วิ่งต่อไม่ไหว
และปีนี้ก็คงDNF เพราะเจ็บ ITB แผลเก่าเรื้อรัง อัดยามาวิ่งเช่นกัน
(ประมาณนี้ถ้าผมจำไม่ผิด)
เราทั้งคู่ต่างกำลังจะ DNF เรามองตากันอย่างเข้าใจ แล้ววิ่งๆเดินๆไปด้วยกัน
แน่นอนมันเจ็บปวด มันทรมาณ มันเจ็บใจ
แต่…ทำไงได้ ไม่ไหวก็คือไม่ไหว
วิ่งตามกันมาพักนึง ผมก็แซงออกมา เหลืออีก 400m จะถึงจุดกลับตัว ที่ระยะ 50Km
จบloop แรกที่นี่

The northface 100 thailand 2017

ผมวิ่งผ่าน CP เช็กเวลา แล้วนั่งพักให้หายเหนื่อย CP นี้เป็นจุดสำคัญที่นักวิ่งส่วนใหญ่จะฝากของไว้ที่นี่
จุดนี้มีข้าวให้ทาน เป็นข้าวผัด ผัดหมี แตงโม ฝรั่งแช่บ๊วย แต่ผมกินไม่ลง
นั่งทำใจอยู่พักนึง…คิดทบทวนว่าจะเอาไงต่อดี

โปรหนำ ได้เคยพูดไว้
” ถ้าคุณเหนื่อยจนอยากจะเลิก ให้ลองนั่งพักซักครู่ ให้หายเหนื่อย
แล้วจะเอายังไงต่อค่อยตัดสินใจ อย่าตัดสินใจตอนเหนื่อยๆ ”

นั่งพักนึงคิดเยอะมาก สุดท้ายตัดสินใจจบแค่นี้ดีกว่า ถ้าฝืนวิ่งต่อแล้วไปเป็นลมเป็นแร้งกลางป่า
ลำบากเจ้าหน้าที่เค้าไปลากออกมาอีก
ลูกสาวก็รอกินข้าว ถ้าเราเป็นอะไรไปจะทำยังไง !?!

“ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ” เพลงพี่ตูนลอยมาเลย

ผมเดินไปบอก เจ้าหน้าที่ขอ DNF ตัวเอง แล้วคืน chip จับเวลา แล้วเดินคอตกกลับเต็นท์

20170204_133032

สภาพเมื่อถึงเต็นท์….มันจบแล้ว TNF100 thailand 2017 ปีหน้าว่ากันใหม่
ถ้าผมยังวิ่งอยู่ ปีหน้าคงมาแก้มือแน่นอน

หลายคนออกมาวิ่ง วิ่งด้วยเหตุผลต่างๆมากมาย แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง
ผมไม่รู้ว่าปลายทางของเค้าเหล่านั้น ฝันถึงอะไร? หรือทำไปเพื่ออะไร?
แต่ผมเชื่อว่า แม้วันนี้หลายคนจะ DNF แต่มันก็มีค่า และมีความสุขที่ได้ลงมือทำ
ตราบเท่าที่เรายังไม่ล้มเลิกความพยายาม
เสื้อ Finisher ก็จะต้องเป็นของเราซักวัน

สรุปทริป

สถานที่จัดงาน : เดินทางสะดวก ไม่ไกลกรุงเทพ มีที่จอดรถกว้างขวาง ที่โรงแรม+ที่พักมีเยอะ
รูปแบบเส้นทาง : Trail ถนนดินลูกรัง สลับกัยภูเขาสูงชัน วิ่งตากแดดตัวไหม้เกรียม
ระดับความชัน : เป็นทางเรียบดินลูกรัง มีเขาสูงชันๆหลายลูก นักวิ่งต้องฟิตมาพอสมควร
ระดับความยาก : ระยะ 10-25Kmเหมาะกับผู้เริ่มสนใจวิ่ง trail,ระยะ 50Km,75Km ความยากระดับปานกลาง ,
100Km ไม่ยากมากแต่ cutoffโหด พยายามอย่ามัวโอ้เอ้ ก็น่าจะจบได้ ปีนี้สมัคร 250 คน Finisher 125
บรรยากาศงานวิ่ง : บรรยากาศดีมาก ทีมงานมาตรฐานinter(อุปกรณ์ไม่ครบไม่ให้เข้าจุดสตาร์ท) นักวิ่งเยอะ ของกินเยอะ
ภาพรวมงานวิ่ง : ผมให้ 8.5/10
น้ำ+อาหาร : มีจุดให้น้ำ+อาหารตลอดเส้นทาง อาหารการกินหลังงานวิ่งระยะ 100Kmไม่okเลย วิ่งมาเหนื่อยๆเข้าเส้นชัยตอนดึก
ต้องมาเจอกับ ข้าวผัด ผัดหมี่ ซึ่งทำไว้ตั้งแต่กลางวัน เย็นชืดกินกันไม่ลง น่าจะเป็นมาม่า หรือข้าวต้มร้อนๆน่าจะดีกว่า
อยากให้ปรับปรุง : วิ่ง 50Km,75Km ไม่มีเสื้อฟินิชเชอร์ แทบไม่มีอะไรแตกต่างกะคนวิ่ง 10K เลย (T_T)
อาหารการกินหลังงานวิ่งระยะ 100Km อยากได้ที่เป็นน้ำๆ ได้ซุปอุ่นๆหรือข้าวต้มคงดีไม่น้อย
(อันนี้เพื่อนๆที่วิ่งจบ 100Km ฝากบอกมา)
ครั้งหน้ามาอีกมั้ย : คิดว่ามาแน่นอน เพราะนอกจากวิ่งแล้วยังพาครอบครัวเที่ยวต่อได้

ขอบคุณภาพสวยๆจาก
http://shutterrunning.com/
http://action.in.th/
https://www.facebook.com/TNF100Thailand/
https://www.facebook.com/RecRace

  • หน่อง

    เยี่ยมครับ ชอบอ่านคำบอกเล่าเรื่องราวของผู้เขียน ได้แง่คิดดีๆ และนับถืออัธยาศัยเลยครับ จะคอยตามอ่านเรื่อยๆนะครับ โดยเฉพาะการถ่ายทอดประสบการณ์วิ่ง..

    • imooba

      ขอบคุณที่ติดตามครับ ^^