ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)

ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)
ผมได้ยินชื่องานนี้ครั้งแรก ตอนไปแข่งวิ่งเขาประทับช้าง
พิธีกรบนเวทีแนะนำว่า ตะนาวศรีเทรล นั้นยากกว่าเขาประทับช้างเยอะ
นักกีฬาต้องฟิตมาอย่างดี บราๆๆๆ

ตอนที่ผมได้ยิน ได้แต่คิดในใจ แหมๆพิธีกรจะขู่อะไรขนาดนั้น มันจะยากแค่ไหนกันเชียว
ตามประสาคนชอบคัน แน่นอนว่า ….

“อยากรู้ ก็ต้องลองซิ 10คนเล่า ไม่เท่าวิ่งเอง”

ช่วงเปิดรับสมัคร ตะนาวศรีเทรล 2016 ผมรีบสมัครอย่างไม่รอช้า สมัครทั้งทีต้องเอาให้สุด
TNT50 ระยะ 50Km ไปเล้ยยย

มารู้จักประวัติการแข่งขันวิ่งตะนาวศรี เทรล คร่าวๆ กันก่อน

“การแข่งขันวิ่งตะนาวศรี เทรล หรือที่รู้จักกันในหมู่นักวิ่งว่า TNT (Tanaosri Trail)
เป็นการแข่งขันวิ่งไปในพื้นที่ภูมิประเทศบนเทือกเขาตะนาวศรี บริเวณอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
ในพื้นที่ชายแดนประเทศไทยและประเทศพม่าที่อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานธรรมชาติวิทยา
ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ตะนาวศรี เทรล จัดขึ้นโดยความร่วมมือของอุทยานธรรมชาติวิทยา, สมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทย,
มูลนิธิวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง, กลุ่มนักวิ่งเทรล และภาคองค์กรในท้องถิ่น
ได้แก่ ชมรมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสวนผึ้ง คณะครูและโรงเรียน รวมถึงประชาชนในพื้นที่
จัดครั้งแรกในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 เพื่อเทิดพระเกียรติ
เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ และเป็นการส่งเสริมกระบวนการการมีส่วนร่วม
ในงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริฯ
และมอบรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายให้กับกองทุนราษฎรอาสาดับไฟป่า
ในพื้นที่โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก: https://www.runningconnect.com/event/TNT2016

ประเภทการแข่งขัน ก็จะมี
3Km ,10Km ,25Km ,50Km
แต่ผู้จัดมีการแจ้งล่วงหน้า มาก่อนแล้วว่า รุ่น25Km ระยะจริงคือ 29Km
ส่วนรุ่น 50Km ระยะจริงคือ 59Km

(ผู้สมัครระยะ 50 Km ต้องเคยผ่านระยะมาราธอนด้วยเวลาต่ำกว่า 4:30 ชม.
หรือ เคยผ่านการวิ่งเทรลในระยะ 50 กิโลเมตร หรือมากกว่า )
qualifying race ค่อนข้างโหดทีเดียว

การเตรียมตัวของผม…
แทบไม่ได้ทำอะไรเลย กินบุญเก่าล้วนๆ แอบมีซ้อมวิ่งขึ้นลงบันไดบ้าง กิ๊กๆก็อกๆ ไม่ค่อยมีเวลา
(กรุณาอย่าเอาเยี่ยงอย่าง)
ก่อนถึงวันแข่ง ผมซ้อมยาวสุดได้แค่ 10Km อ่านไม่ผิดหรอกครับ 10Km จริงๆ !!!
เวลาไม่ค่อยมี แค่เลี้ยงลูกก็หมดเวลาละ

ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)

วันรับbib สามารถรับเองล่วงหน้าได้ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ หรือจะไปรับที่งาน expo ที่สวนผึ้งก็ได้

ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)

ผมเดินทางไปวันเสาร์ พร้อมเจ้าตัวแสบ+คุณนาย โรงแรมไม่ได้จองไว้
เพราะตั้งใจจะพาลูกสาวไปกางเต็นท์นอนอยู่แล้ว

ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)

ออกเดินทางจากกรุงเทพ 8:00 ถึงอำเภอสวนผึ้ง ประมาณเที่ยงๆ
กะจะแวะหาข้าวกินร้านดังๆแถวนี้ แต่คนแน่นไปหมด บางร้านมีเหมาร้านให้ทัวร์มาลง
ก็เลยไม่รู้จะกินอะไร ก็เลยขับไปเรื่อยๆ มาเจอร้านก๋วยเตี๋ยว “พริกกะเหรี่ยง” โดยบังเอิญ
(ร้านอยู่เส้นวิ่งเข้าสวนผึ้ง เลยสถานีตำรวจสวนผึ้ง ตรงต่อไม่นาน
ร้านอยู่ขวามือ ติดกับวิลล่า ทัสคานี รีสอร์ท เป็นร้านบ้านๆไม่ได้ใหญ่โตอะไร )

ก๋วยเตี๋ยวอร่อยมากกก แต่ที่เด็ดสุดคือ ข้าวกระเพราเนื้อตุ๋น,ข้าวกระเพราหมูตุ๋น
โคตรอร่อยเลย รวมไข่ดาว ตกจานละ 50บ.
ขออภัยรูปไม่ได้ถ่ายมา เพราะอร่อยจนลืมตัว กว่าจะรู้ตัวก็ซัดเรียบไปซะละ 555
เด็ดจริงๆ แนะนำต้องมาลองเลย

ใกล้ๆ สถานที่จัดงานตะนาวศรีเทรล มีจุดให้นักวิ่งมากางเตนท์ได้ อยู่ใน บัววัฒนารีสอร์ท
(ปกติบัววัฒนารีสอร์ท ขึ้นชื่อเรื่องโรงแรมบนต้นไม้สวยมาก และเป็นสถานที่กางเต็นท์อยู่แล้ว
สาธารณูปโภคครบครันมาก ห้องน้ำรวมมีเครื่องทำน้ำอุ่น มากางเต็นท์ที่นี่ค่อนข้างสบายเลยทีเดียว)
ห่างจุดปล่อยตัวนักวิ่งประมาณ 3-400ม เดินมาได้ไม่ไกล เริศ!!!

ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)

ตัวแสบชอบมากๆ มีที่ให้วิ่งเล่น ปั่นจักรยาน หรือจะเล่นน้ำตกก็ครบเลย
ในช่วงระหว่างที่รอปาป๊าไปวิ่งแข่ง

Tanaosri Trail TNT 2016

บรรยากาศ งาน Expo ที่อุทยานธรรมชาติวิทยา

Tanaosri Trail TNT 2016

บรรยากาศ ช่วง Brief เส้นทางแข่งขัน ช่วงเวลา 16:30 นักวิ่งมากันล้นหลามมาก
18:00 มีเลี้ยงข้าวเย็น(ข้าวกล่อง) สำหรับนักวิ่งด้วย

Tanaosri Trail TNT 2016

จัดของที่ต้องใช้สำหรับวันพรุ่งนี้
ดูจากเส้นทางวิ่งแล้ว จุดให้น้ำมีน้อยมาก แต่ละจุดห่างกันเกือบ 10Km
เพราะฉะนั้นน้ำ+ของกินต้องขนไปเยอะพอ ไม่งั้นประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนตอนเกาะช้าง
น้ำหมดบนภูเขา เป็นอะไรที่ทรมาณมากๆ (T_T)
รายการอุปกรณ์ของที่เตรียมไป
– Salomon SLab Hydro 12 Race Vest
– ถุงใส่น้ำ 3อัน รวมๆ 2.5ลิตร
– หมวก visor ,หมวก boonie (เลือกไม่ถูกเลยเอาไปทั้งคู่ เพื่อ!?!)
– Altra Lone Peak 3.0 (พึ่งถอยมาใหม่ๆ อาทิตย์ที่แล้ว)
– ผ้าBuff+ ถุงเท้าสำรอง 1คู่
– แว่นกันแดด
– ปลอกแขน ปลอกขา
– Gel พลังงาน 4 ซอง
– powerbar โฮมเมด 6 แท่ง (แท่งละประมาณ 70g x6=480g)
– Headlamp + ถ่านสำรอง 1 ชุด
– Power bank สำหรับชาร์ทมือถือ และ นาฬิกา Garmin
– Trekking pole 2อัน รุ่นแรกของ ป๋าคมรัฐ
– อุปกรณ์ปฐมพยาบาล

จัดของเสร็จ พระเจ้าช่วยยยย
หนักโคตรๆ (T_T)

Tanaosri Trail TNT 2016

รีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เพราะพรุ่งนี้ TNT50 ปล่อยตัว ตี3:00
โหดมาก ได้นอนเอาแรงซักงีบก็ยังดี

ตั้งปลุก 1:30 ตื่นปุ๊บโหลดขนมปังกันก่อนเลย แล้วค่อยไปอาบน้ำแปรงฟัน
แต่งตัวเช็กของ แล้วเดินวอร์มไปที่จุดสตาร์ท

2:30 เจ้าหน้าที่ตรวจอุปกรณ์ บังคับทั้งหมด ใครมีไม่ครบไม่ได้เข้าจุดสตาร์ท
ตรวจเข้มกันเลยทีเดียว เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งทุกคน

ใกล้ปล่อยตัวแล้ว บรรยากาศยิ่งคึกคักมาก ดูๆแล้วระยะ TNT50 แต่ละคนนี่หุ่นฟิตมากๆ
(แหงละ qualifying race จะสมัครได้ ต้องเคยจบFull ต่ำกว่า 4:30 ชม.)
ช่างแตกต่างกะพ่อลูกอ่อนมีพุงอย่างเราซะจริงๆ เหอะๆ

Tanaosri Trail TNT 2016

อากาศเช้านี้ประมาณ 20องศา เย็นสบายกำลังดี
3:00 เริ่ม count down ปล่อยตัว

Tanaosri Trail TNT 2016

3 กิโลแรกเป็นทางเรียบ ตามสเต็ปเดิม ผมพยายามเร่งฝีเท้าขึ้นไปเกาะกลุ่มต้นๆ
เส้นทางในช่วงแรก แม้จะเป็นทางเรียบ แต่ก็เป็นดินลูกรังปนทราย
มีทางน้ำไหลผ่าน ให้ต้องกระโดดข้ามกันอยู่หลายจุด (O_o)

เริ่มมาก็เข้าป่ากันเลย 2 ข้างทางมืดมาก ไร้แสงไฟ มีแต่แสงเฮดแลมป์จากเพื่อนนักวิ่ง
ช่วยกันส่องนำทาง กลุ่มนำวิ่งกันเร็วมากๆ เข้าป่าหายไปเลย

เข้ากิโลเมตรที่ 4 ก็เจอเขาลูกแรกกันเลย สูงประมาณ 470ม. ค่อนข้างชัน
เปิดมาก็โหดเลย (O_o)
อะไรฟระเนี่ย ยังไม่ทันได้วอร์มเลยนะ ขึ้นเขาแล้วเรอะ
ผมพยายามเซฟแรง ให้มากที่สุด trekking pole ถูกงัดออกมาใช้ตั้งแต่ 4Km แรก
(แล้วก็ไม่ได้เก็บอีกเลย ถือกันยาวๆจนจบเพราะมีแต่เขาชันๆ)

ขาลงเขา ค่อนข้างชัน แต่เส้นทางไม่อันตรายเท่าไร พอทำความเร็วได้บ้าง
จากนั้นก็ขึ้นๆลงๆเขา บอกตรงๆ ผมไม่เห็น2ข้างทางเลย มองเท้าตลอด กลัวก้าวพลาดตกเขา

เข้ากิโลเมตรที่ 8 เริ่มขึ้นเขาอีกลูก ลูกนี้ชัน+สูงเลยทีเดียว ยอดเขาสูงประมาณ 830ม.
ทางขึ้นเป็นดินลูกรัง สลับแนวหิน ไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ณ จุดๆนี้กลุ่มแตกเรียบร้อย หันไปข้างหลังไม่มีใครเลย มองไปข้างหน้าก็ไม่เห็นใคร
เดินขึ้นเขาไปคนเดียวเงียบๆ (T_T)
เป็นครั้งแรกตั้งแต่ แข่งวิ่งมาแล้วเจอเส้นทาง 8km กลุ่มแตกขนาดนี้
ผมเริ่มตระหนักถึงความจริงแล้วว่า… สนามนี้โหดจริง
นี่ขนาดไม่ใช่เขาลูกที่สูงที่สุดนะ!!!

เข้ากิโลเมตรที่ 10 เจอจุดให้น้ำจุดแรก ผมกินน้ำหมดไปประมาณ 1ลิตรได้
ต้องแวะเติมน้ำกันก่อน ณ จุดนี้มีเครื่องดืมเกลือแร่ด้วย
ผมเลยจับมันเทผสมใส่ขวดน้ำไปเลย

วันนี้สภาพร่างกายค่อนข้างดี แม้จะนอนมาน้อย แต่แรงยังเหลือๆอยู่
คาดว่าวิ่งจบแน่นอน (อาจจะเข้าเส้นชัยประมาณ 1ทุ่ม)

ผมออกวิ่งต่อ เข้าสู่ความมืด อันเวิ้งวาง
ไม่มีใครเลย ทั้งข้างหน้า หรือ ตามหลัง ได้ยินแต่เสียงแมลงในป่า
ตามแผนที่วางไว้คือต้องกินทุกๆ 10Km
ผมงัด power bar ออกมาเดินกินไปด้วย
(power bar homemade ทำเองกินเอง ติดคอตัวเอง !!!)
พึ่งลองหัดทำคืนวันศุกร์ แล้วก็เอามากินวันแข่งเลย ไม่ได้เทสมาก่อน
ผลคือ…. ติดคอโคตรๆ กินยากมาก ประกอบกับอาการเหนื่อยหายใจหอบ ไม่อยากกินอะไร
มันเลยทำให้กินยากมากๆ
และที่ Fail สุดๆคือใส่ถั่วเยอะไป วิ่งไปตดไป…..
(-_-!)

ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)
นี่คือหน้าตาของ power bar homemade ทำเองกินเอง ทำร้ายตัวเอง !!!

ผมพกมา 6 แท่ง กะกินแทนข้าวเลย
แท่งละประมาณ 70g x6 =480g นี่มัน…เกือบครึ่งกิโลเลยนะ !!!
ดูจากการกินแท่งแรกแล้ว ไม่รอดแน่ๆ กินไม่ลงเลย
” นี่ผมต้องแบก น้ำหนักครึ่งกิโล ที่ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ไปด้วยตลอด 59Km เหรอเนี่ย WTF!!!”

อย่าถามว่า ทำไมไม่โยนทิ้ง…
ตอนนี้อยู่กลางป่า เอาขยะที่เป็นอาหารมาทิ้งบนนี้เป็นเรื่องไม่สมควรทำอย่างยิ่ง มันอันตรายต่อสัตว์ป่า!?!
อีกอย่างคือ….ถ้าทิ้งไปแล้วข้างหน้าไม่มีของกินละ จะทำไง !?!

ณ จุดๆนี้ ผมรู้ทันที ว่าตรูพลาดซะแล้ว (T_T)

ลากสังขารไปถึงยอดเขา830ม. กิโลเมตรที่ 11 ใช้เวลาไป 2:13ชม
หลังจากนั้นก็ลงเขาแบบยาวๆ เป็นsingle track แคบๆ
ซ้ายหน้าผา ขวาแนวหิน อันตรายพอสมควร

หลังจากนั้นจะเข้าสู่ป่าดิบชื้น มีน้ำหยดๆ เส้นทางแฉะๆ เหมือนฝนตกตลอดเวลา
หนาวก็หนาว มืดก็มืด มาวิ่งตากน้ำค้างอีก

กิโลเมตรที่ 14 เริ่มไต่เขากันอีกครั้ง มุ่งสู่เขาแหลม ยอดเขาที่สูงที่สุดในรายการนี้
ขึ้น ขึ้น ขึ้น แล้วก็ขึ้นครับ เดินกันจนท้อ ช่วงนี้ผมวิ่งมาทันนักวิ่ง 2 คนเลยเกาะกลุ่มกันมาด้วย
ผมชอบรายการนี้อยู่อย่างนึง คือเค้าจะมีป้ายบอกว่า จุดนี้คือยอดเขา
ถ้ายังไม่เจอไอ้ป้ายอันนี้แสดงว่า จงเดินก้มหน้า ก้มตาต่อไปครับ ยังใช้กรรมไม่หมด 555

กิโลเมตรที่ 16 เริ่มเจอแนวสันเขา พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ได้เวลาปิดheadlamp ประหยัดแบทเอาไว้
ทางขึ้นชันก็จริง แต่เดินไม่ยาก เดินเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึง
ก้มดูนาฬิกา ตอนนี้เดินความเร็วอยู่ประมาณ pace 14

กิโลเมตรที่ 17 มองเห็นยอดเขาแล้ว มีธงชาติต่างๆปักอยู่บนนั้น วิวบนนี้สวยมาก
มีช่างภาพมารอภ่ายภาพด้วย สุดยอดขยันจริงๆขึ้นมารอตั้งแต่กี่โมงเนี่ย O_o
ถึงยอดแล้ว ก็ถ่ายภาพกันหน่อย ชื่นชมบรรยากาศ

ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)

จะมีซักกี่ครั้งในชีวิต ที่เราจะได้มีโอกาศขึ้นมายืนบนนี้ ปีหน้าจะได้มาอีกรึป่าวก็ไม่รู้?
ตอนนี้ใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 4ชม.
ก่อนลงเขาผมถอดรองเท้ามาเคาะๆเศษดิน เศษหินออก
Altra loanpeak นั้นเว้นช่วงการ์ดข้างเท้าต่ำไปหน่อย เศษหินเลยเข้าไปง่าย
และดูเหมือนว่ารองเท้าจะหลวมเกินไป อาจจะเพราะผมยังไม่ชินกะรองเท้าใหม่ก็ได้

จากนั้นก็ได้เวลาสนุกแล้วซี่ ลงเขายาวๆ แบบดิ่งนรก วิ่งมันส์มาก
trekking pole ช่วยได้เยอะมากไม่ต้องกลัวล้ม บางทีผมก็นึกว่าตัวเองกำลังเล่นสกีอยู่ 555
ระหว่างทางกำลังวิ่งลงมานั่นเอง ก็ได้พบกับพี่จุ๋ง (เจ้าของ page บันทึกสองเท้า)กำลังถ่ายรูปอยู่
พี่จุ๋งตะโกนบอกผมว่า Overall อันดับที่ 30นะครับ
ได้ฟังดังนั้น แล้วใจชื้นขึ้นมาเลย นึกว่าจะอยู่ลำดับเกือบๆ 100 ซะอีก

Tanaosri Trail TNT 2016

ลงเขามาจนสุดทางก็เจอกับ จุดให้น้ำ WS-3
มีน้ำ อาหาร ผลไม้ เครื่องดืมเกลือแร่ ครบเลย แทบไม่อยากออกจากจุดนี้เลย เหอะๆ
หิวมากก็จริง แต่ด้วยความเหนื่อย มันกินอะไรไม่ค่อยลง ก็เลยกินข้าวต้มมัดครึ่งอัน+น้ำแดง แล้วออกวิ่งต่อ

ขึ้นเขาทางเดิมที่วิ่งลงมา….นั่นละ
ม่ายยยย ทำไมทำร้ายกันอย่างนี้
ช่วงเดินกลับขึ้นเขามา ก็พบกับพี่จุ๋งอีกครั้ง
ผมสวัสดีทักทายแกไป เพราะรอบแรกที่เจอกัน จังหวะกำลังวิ่งลงเขาไม่ทันได้ทักทาย
พี่จุ๋งบอกว่า “เดี๋ยวเจอกันอีกทีที่ น้ำตกนะ”

น้ำตก ?
มีน้ำตกด้วยรึ ? ไม่เห็นมีในแผนที่เลย ?
ผมเก็บความสงสัยไว้ในใจ แล้ววิ่งต่อไป ด้วยจิตใจที่ตั้งตารอ ว่าไอ้น้ำตกที่พี่จุ๋งบอก มันอยู่ไหน?
ทางหลังจากนี้เป็น single track แคบๆ ลัดเลาะแนวเขา ด้านขวาเป็นเหวลึก
ร่วงลงไปนี่คงจะหาศพไม่เจอแหงๆ

Tanaosri Trail TNT 2016

เขาสูงประมาณ 800ม. หลังจากนั้นก็วิ่งลงยาวๆ แต่ผมวิ่งไม่ออกซะละ เดินอย่างเดียว
เหมือนหมดแรง ซ้อมมาน้อยก็งี้แหละ ชดใช้กรรมไปซะ
ประมาณ 5Km ก็ถึงน้ำตก ที่พี่จุ๋งบอก
แล้วผมก็เจอพี่จุ๋งแกยืนอยู่ที่นั่นจริงๆซะด้วย พี่ว๊าปมาตอนไหนเนี่ย โคตรไวเลย O_o
ทางลงน้ำตกไม่ยาก แต่ต้องปีนป่ายลงไป เล่นเอาตะควิวจะกินขา จะสูงไปไหน

Tanaosri Trail TNT 2016

ผมแวะล้างหน้าล้างตาในน้ำตกกันก่อน น้ำเย็นชื่นใจมาก อยากนอนแช่ซะที่นี่จริงๆ
หายเหนื่อยก็วิ่งกันต่อ ขึ้นเขากันต่อไป จุดนี้ชันมากๆ แถมยังไม่มีกิ่งไม้ให้จับ
ถ้าไม่มี trekking pole ยังนึกไม่ออกว่าจะปีนขึ้นมายังไง
สงสัยต้องเกาะกิ่งไม้ใบหญ้าขึ้นมา เพราะชันจริงจังมาก

Tanaosri Trail TNT 2016

ขึ้นมาได้หน่อยนึง ก็เจอกับ ผู้นำอันดับที่ 1 รุ่น5oKm วิ่งสวนกลับมา
เขร้ ผมยังวิ่งไม่ถึงครึ่งทางเลยพี่แกวิ่งขากลับละ
ผมโบกมือทักทาย ก่อนที่พี่แกจะ บินลงเนินไป ประหนึ่งว่ากำลังวิ่งบนทางเรียบ
ส่วนผมก็ตะเกียกตะกายกิ่งไม้ใบหญ้าต่อไป….
นี่ซินะ วิถีนักวิ่งระดับ Elite !!!

ไต่เนินอยู่พักนึง ก็ไปโผล่ถนนลูกรัง จุดนี้มีน้ำให้เติมได้ มีพี่ทหารคนนึงคอยเฝ้าอยู่
เหมือนจะไม่มีในแผนที่แหะ หรือ ผมกำลังงงๆทางหว่า
จากนั้นก็วิ่งตามถนนลูกรัง ขึ้นเนินไปเรื่อยๆ ขึ้นๆลงๆ อยู่พักนึงก็ไปโผล่ 3แยก ตัดออกถนนใหญ่
เป็นทางขึ้นสู่เขากระโจม ตรงนี้มีเจ้าหน้าที่ยืนประจำอยู่หลายคน
พี่ๆเค้าบอกว่า อีก 400ม. ถึงจุดให้น้ำ ผมนี่ดีใจขึ้นมาทันที เพราะหิวมากๆ
กะว่าไปถึงจุดให้น้ำน่าจะเที่ยงพอดี จะมีข้าวกินแล้ว (powerbar ที่เอามากินไม่ลง)

ถนนมุ่งสู่เขากระโจมนั้น ดูแรกๆเหมือนจะเป็นช่วงที่วิ่งได้ง่ายสุดแล้ว
แต่…แดดที่ร้อนจัด + ทางฝุ่น ขึ้นไปยาวๆ มีแต่ขึ้นกับขึ้นเนี่ย ทำให้ท้อได้เหมือนกัน
ระหว่างทาง เจอพี่ๆขับรถ 4WD ขึ้นมาเที่ยว ผู้โดยสารบนหลังรถช่วยกันตะโกนเชียร์สู้ๆครับ

พี่ๆ 4WD ก็เชียร์กันจัง ว่าจะแอบนั่งพักซักหน่อย ก็มีรถวิ่งผ่านมาอีกละ จะนั่งก็อาย
พี่เค้าอุตสาห์เชียร์ ก็เลยต้องลากสังขารเดินขึ้นต่อไป

และ แล้วววว 11:30น. ก็ถึงจุดให้น้ำ ดีใจโคตรๆ ผมรีบถามคำแรกเลย
“มีอะไรให้กินมั้ยครับบบบบบ ” เพราะหิวข้าวมากๆ ตั้งแต่ตี 3 ยังไม่ได้กินข้าวเลย

พี่ๆ volunteer ก็ใจดี หยิบน้ำแดง+ขนมปี๊บมาให้
ผม : ไม่มีข้าวเหรอครับ ?
volunteer : มีแต่ข้าวเปล่านะค่ะ ยังไม่มีกับข้าว ยังไม่เที่ยง ก็เลยยังไม่ได้ทำ
ผม : …. ไม่เป็นไรครับ (T_T)

กินขนมปิ๊บก็ได้ ฮือๆ กินก็กินไม่ลง อยากกินข้าวมากกว่า
ดูแผนที่แล้ว ประมาณ 4 กิโลถึงจุดกลับตัว บนยอดเขากระโจม
ที่นั่นต้องมีข้าวให้เรากินแน่ๆ อดทนอีกนิดนึงก็ได้ฟระ ในหัวตอนนี้ไม่สนใจเรื่องเวลาแข่งขันเลย
นึกถึงแต่ข้าวกลางวันอย่างเดียว

อย่ากระนั้นเลย รีบไปต่อดีกว่าหิวมากกกก
เส้นทางต่อจากนี้ไม่ยาก ขึ้นๆลงๆบนทางลูกรังยาวๆ ฝุ่นเพียบ แต่ที่ทำร้ายกันมากสุดคือแดดเผานี่แหละ
จะร้อนไปไหน ไม่มีร่มไม้ใดๆเลย

Tanaosri Trail TNT 2016

ผมวิ่งต่อมาอีกซักพักก็พบ กลุ่มนักวิ่ง ประมาณ 4 คน หญิง 2 คน และพี่ผู้ชายอีกคน
และที่ตกใจมากสุดคือ มีพี่จุ๋ง(เจ้าของ page บันทึกสองเท้า) อยู่ด้วย
เดี๋ยวๆ นี่พี่ว๊าป แซงผมมาตอนไหน ไวมากๆ O_o

Tanaosri Trail TNT 2016

ฟังๆจากที่เค้าคุยกัน หญิง 2 คน นี่คือนักวิ่งหญิงอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 ของรายการนี้
อย่ากระนั้นเลย ขอแอบวิ่งเกาะมากด้วยละกัน ช่วงเหนื่อยๆแบบนี้การมีคนให้เราเกาะไปด้วย
จะทำให้เราทำความเร็วได้ดีขึ้น

มองไปสุดลูกหูลูกตา ข้างหน้าไม่มีใครเลย ข้างหลังก็ไม่เห็นใครเช่นกัน
อืมม เป็นครั้งแรกที่วิ่งแข่ง แล้วเจอกลุ่มแตกขนาดนี้ หายไปไหนกันหมดเนี่ย

Tanaosri Trail TNT 2016

พวกเราวิ่งสลับเดิน เกาะกลุ่มกันมาเรื่อยๆ ผมพยายามแกะ Powerbar มากินอีกครั้ง
เพราะเริ่มรู้ตัวแล้วว่า น้ำตาลตก หิวแสบท้อง และแรงเริ่มหมดวิ่งไม่ขึ้น
แต่จนแล้วจนรอด ก็กินไม่ลงกินได้ครึ่งอัน พะอืดพะอมติดคอ
( การจะวิ่งจบระยะ Ultra นอกจากจะต้องซ้อมวิ่งระยะไกลแล้ว
การซ้อมกินอาหารระหว่างวิ่งก็สำคัญมากๆ
จุดๆนี้ผมรู้ตัวเลยว่า ผมพลาดอย่างแรงที่ไม่เทส powerbar มาก่อน)

12:00 เราก็ไต่มาจนถึงยอดเขากระโจม !!!
นักวิ่ง 100 คนแรกที่วิ่งมาถึงยอดเขากระโจมจะได้รับของที่ระลึก เป็นเจ้าตุ๊กตา trail boy
ตรงนี้เป็นจุดให้น้ำด้วย
แต่อนิจจา…เนื่องจากแดดร้อนมาก และน้ำแข็งมีน้อย เลยทำให้น้ำเปล่าที่จุดนี้ไม่เย็น
มีแต่เกเตอร์เรทที่เย็น เพราะแช่ไว้ข้างล่าง (O_o!)
สายตาตอนนี้สอดส่ายมองหาของกิน แต่ไม่มีเลย….นอกจากน้ำ กะ เกเตอร์เรท

ผม : ไม่มีข้าวเหรอครับ ?
volunteer : ข้าวมีที่ checkpoint WS4 นะค่ะ ที่พี่วิ่งผ่านขึ้นมานะค่ะ
ผม : …..(ใจร้ายยยย ฮือๆ)

นั่งพักเหนื่อยซักพัก พร้อมกับอาการเซ็งๆ เพราะไม่มีข้าวกิน
เอาวะกลับไปกินข้างล่างก็ได้ ผมล้างหน้าล้างตา แล้ววิ่งกลับลงเขา
ขากลับเริ่มเห็นเพื่อนๆนักวิ่ง วิ่งสวนขึ้นมาบ้างแล้ว เรายิ้มและโบกมือทักทายให้กัน

ก้มหน้าก้มตาวิ่งตากแดดลงต่อไปตามถนน ถนนช่วงขากลับไม่ค่อยมีริบบิ้นบอกทางเลย
เลยงงๆ ตกลงนี่ผมวิ่งมาถูกทางรึป่าว เกือบหลงทางเลี้ยวผิดไปเหมือนกัน
อดทนกัดฟันวิ่งต่อ จนถึง checkpoint WS4
( WS4 เป็นจุด cutoff ด้วย ใครมาไม่ทันเวลาจะไม่ได้ขึ้นเขากระโจม)

ตอนนี้มีนักวิ่งมานั่งรอกันเพียบ เพราะโดนcutoff
ผม : มีข้าวไหมครับ ?
volunteer : มีแต่ข้าวเปล่านะค่ะ ไข่เจียวหมด รอแปบนะไข่กำลังเจียวอยู่
ผม : …. (อะไรจะซวยซ้ำซ้อนขนาดนี้ฟระ)

พี่นักวิ่งคนนึงที่ยืนต่อคิวรับไข่เจียว อยู่ข้างหน้าผม รีบบอกผมว่า
“น้องต้องวิ่งต่อ เอาก่อนเลย เดี๋ยวพี่เอาทีหลังเวลามีเยอะแยะ DNF ไปแล้ว”
ผมรีบขอบคุณพี่นักวิ่งทันที พี่ใจดีมากๆ

ตอนนี้ ผมก็เลยได้ข้าวเปล่า + เศษไข่เจียว 2ชิ้นเล็กๆมา (ไข่ไม่น่าจะถึงฟอง)
ตักกิน 2 คำก็หมดแล้ว ยังไม่ทันจะอิ่มเลย อยากจะกินต่อ แต่เห็นนักวิ่งคนอื่นๆก็ถือจานรอกินข้าวกันอยู่
คิวยาว แถมvolunteer กำลังตอกไข่กันอยู่ กว่าจะได้กินคงอีกนาน
(โมโหหิวมากตอนนี้ โมโหผู้จัดงาน วิ่งมาตั้งแต่ตี3 จนตอนนี้ 12:30 หิวก็หิว
เมื่อวานโฆษณาบนเวทีซะดิบดี ของกินเพียบ แต่เอาเข้าจริงไม่มีข้าวให้กิน ต้องมานั่งรอไข่เจียว
ทำไมไม่รู้จักเตรียมพวกหมูทอด หรืออะไรที่กินได้เลยไว้รอ นักวิ่งตั้งเยอะ
มานั่งรอไข่เจียวเนี่ยนะโคตรไม่เมคเซ็นท์เลย )
ไม่กินก็ได้ฟระ เก็บของเติมน้ำ แล้วออกวิ่งต่อ

พี่ๆน้องๆนักวิ่งที่ DNF ตะโกนเชียร์ให้ผมสู้ๆ วิ่งแทนพวกเค้าด้วย
เราโบกมือลากัน ผมยังจำสายตาของพวกเค้าได้
มันเป็นสายตาที่บอกว่า พวกเค้าเสียดายแค่ไหนที่ไม่ได้ไปต่อ และเหมือนจะฝากความหวังไว้ที่เรา
ผมวิ่งออกจากจุด Checkpoint ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยกำลังใจ
วันนี้ผมวิ่งจบแน่นอน

ขาลงจากเขากระโจมพยายามวิ่งให้ไวเข้าไว้ เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปช่วงขาขึ้น
แปบเดียวก็มาถึง 3 แยก ตัดเข้าป่าอีกครั้ง ช่วงนี้จะวิ่งกลับเส้นทางเดิมที่วิ่งมาตอนแรก
พอได้กินข้าวก็เริ่มมีแรงขึ้นมาหน่อย แต่ข้าวแค่ 2 คำ มันคงอยู่ได้ไม่นาน
ก็เลยงัดPowerเจล ขึ้นมากินไป 1 ซอง
อย่างน้อยขอให้มีแรงไปให้ถึง checkpoint WS3 ที่นั่นมีข้าวกินแน่นอน

ทางที่เราเคยวิ่งผ่านมาแล้ว พอมาวิ่งกลับอีกรอบก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ไกล
มาวิ่งตะนาวศรีเทรล ครั้งนี้เหมือนได้คนพบตัวเอง ว่า….
ผมไม่ถนัดขึ้นเขา แต่ผมถนัดลงเขามากกว่า ดิ่งลงเขาได้ค่อนข้างเร็ว
แซงนักวิ่งได้หลายคนช่วงลงเขา

Tanaosri Trail TNT 2016

ช่วงกำลังวิ่งลงเขาอย่างเมามันส์อยู่นั่นเอง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น…
ผมก้าวพลาด เหยียบลงไปบนก้อนหินที่เล็กเกินไป ทำให้ลื่นไถล ลงเขา
กิ่งไม้ใบหญ้าก็ไม่มีให้จับ ใจหายแว๊ปปป นึกว่าจะตกเขาตายซะละ
ตอนไถลตกเขา trekking pole ไปขัดกับต้นไม้พอดี
โชคดีที่มือข้างนึงคล้องเชือกติดกับ trekking pole เอาไว้ เลยกระชากตัวให้หยุดได้
ตัวห้อยต่องแต่ง ริมหน้าผา นึกว่าจะตายซะละ น่ากลัวโคตรๆ

ผมตะเกียกตะกายหนีตายจากริมหน้าผาขึ้นมาได้ ก็เริ่มสำรวจตัวเอง
ok เสื้อผ้าไม่ขาด แค่เปื้อนฝุ่น ส่วน trekking pole หักไปข้างนึง แต่พอจะซ่อมได้อยู่
ส่วนมือขวาที่คล้อง trekking pole เอาไว้ โดนเชือกบาด ได้แผลยาวพอสมควร
มือซ้ายโดนหินบาดนิดหน่อยตอนไถลลงเขา ตะคริวกินต้นขาต้องยืดเหยียดซักพัก เหอะๆ
หายซ่ากันเลย
ผลจากการตกเขา ทำให้หลังจากนี้ ผมวิ่งด้วยความระวัง+เกร็งเพิ่มขึ้น

วิ่งผ่านน้ำตกอีกครั้ง ผมแวะล้างหน้าล้างตา ล้างดินที่ติดตามตัวตอนตกเขา
พบว่าถุงรัดน่องขาดซะละ สงสัยเกี่ยวโดนกิ่งไม้ตะกี้

ระหว่างทางไม่เจอนักวิ่ง วิ่งสวนขึ้นมาเลย แปลกใจเหมือนกัน ตอนสตาร์ทมีคนตั้งเยอะ
ตอนนี้หายไปไหนกันหมด ผมวิ่งๆ เดินๆ
15:30 ผมก็มาถึง จุดให้น้ำ WS-3 อีกครั้ง รอดcut off แน่นอนแล้วละ
เหลือระยะอีกแค่ 10Km จะถึงเส้นชัย เวลายังเหลือๆ

ณ จุดให้น้ำ WS-3 พบว่า นักวิ่งโดนกักตัว DNF ที่จุดนี้เยอะมาก ทั้งระยะ 50Km ,25Km

หิวมากตอนนี้ ผมตรงดิ่งไปหาข้าวต้มมัด (จำได้เพราะเมื่อเช้าเห็นมีกองๆอยู่)
แต่…อนิจจา ตอนนี้ข้าวต้มมัดหายไปหมดซะแล้ว ผมหันซ้ายหันขวา พยายามมองหาของกิน
แต่ดูเหมือนว่า จะไม่มีอะไรให้กินเลยนอกจากน้ำเปล่า น้ำแดง และ เครื่องดื่มเกลือแร่

ขณะกำลัง ยืนงงๆ มึนๆชีวิตจะเอายังไงดี อยู่นั่นเอง
ก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากข้างหลัง
น้องคนนึง : “พี่ๆ พี่ 50Km จะเอาอะไรรึป่าวครับ !?!”
ผม : “เออ พอจะมีข้าวให้กินมั้ยครับ หิวข้าวว” (ผมบอกไปตรงๆ เพราะนึกว่าเป็น staffจัดงาน)

น้องคนนั้นรีบจัดแจง หาข้าว หาน้ำให้ผมทาน เป็นข้าวเหนียวหมูทอด วินาทีนั้นบอกตรงๆ
ว่ามันคือข้าวเหนียวหมูทอดที่อร่อยมากๆ น้ำตาจะไหล
คุยไปคุยมา จริงๆน้องเค้าไม่ใช่ staff แต่เป็นนักวิ่งระยะ 50Km เหมือนผมนี่แหละ แต่เค้าโดนจับDNF ไปแล้ว
และที่มารอตรงนี้ ก็เพราะจะรอ support เพื่อนในทีมของเค้าที่ยังรอด และยังมาไม่ถึง

น้องคนนึง : “ถึงผมจะ DNF ไปแล้ว ก็อยากจะเชียร์คนที่ยังวิ่งอยู่”
ผมได้ฟังแล้ว…ซึ้งในน้ำใจของน้องจริงๆ

“บางครั้ง มิตรภาพดีๆ ก็เกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว”

พอรู้แบบนี้เลยทำให้ผมเริ่มเกรงใจน้องมากขึ้น รีบทานรีบไปดีกว่า
ผมกล่าวขอบคุณในน้ำใจของน้องๆกลุ่มนั้น ที่ช่วยsupport ให้ผม
ก่อนจากกัน น้องๆกลุ่มนั้น ยังตะโกนเชียร์ตามหลัง “สู้ๆครับพี่ เหลืออีกนิดเดียว”
ผมก้าวออกจาก WS-3 ด้วยหัวใจที่พองโต เต็มไปด้วยกำลังใจ และข้าวเหนียวที่อัดมาเต็มพุง 555

วิ่งออกมาได้ซักพัก พึ่งนึกได้ …
ทำไมเราไม่ขอ Add friend น้องๆกลุ่มนี้เอาไว้ฟระ จะได้กลับมาขอบคุณเค้า
แต่ไม่ทันละ วิ่งออกมาไกลแล้ว

ช่วงขากลับนี้เจอนักวิ่งระยะ 25Km เยอะพอสมควร
บางคนก็ตะโกนเชียร์ บางคนพอเห็นว่าเราระยะ 50Km ก็หลีกทางให้ (ต้องขอบคุณทุกคนมากๆครับ)

พอได้ทานข้าว ร่างกายก็เริ่มมีแรง ช่วงนี้เลยวิ่งทำเวลาได้ดีขึ้นพอสมควร
เส้นทางขากลับส่วนใหญ่เป็นบันไดหิน ลื่นนิดๆ แต่วิ่งได้อยู่
ช่วงนี้ก็วิ่งแซง นักวิ่งระยะ 25Km มาเรื่อยๆ พอใกล้ถึงเส้นชัยแล้วเริ่มอารมณ์ดี
เจอใครก็ทักทายเค้าไปทั่ว
“สวัสดีครับ”
“สู้ๆครับ อีกนิดเดียว”
“ขอบคุณที่หลีกทางให้ครับ”
ทักเค้าไปทั่ว มีแรงแล้วไง กินข้าวเหนียวมาแล้ว 555

เหลืออีกประมาณ 5Km จะถึงเส้นชัย ผมหยิบโทรศัพท์ ออกมาโทรหาคุณนาย
บอกให้พาลูกสาวมารอที่เส้นชัยได้เลย ไม่เกินครึ่งชม. เข้าแน่นอน

อีก 3Km บนเขาลูกสุดท้ายก่อนจะเข้าเส้นชัย ทุกอย่างเหมือนจะราบลื่น
แต่….
มันก็ไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป….

อยู่ดีๆก็จุก เสียบๆ ที่ท้องขึ้นมา เหมือนจะอวก
น่าจะเพราะไม่ได้ทานข้าวเลยทั้งวัน พอกินข้าวเหนียวเข้าไปเลยย่อยยากอีก
วิ่งไม่ออกละ เดินอย่างเดียวทีนี้

17:30 คุณนายโทรมา ถึงไหนแล้ว มารอเส้นชัยนานแล้วเนี่ย
ผม เลยบอกใจเย็นดิ รอก่อน เหนื่อยนะเฟ้ยยย

ลูกมารอเส้นชัยแล้ว มาลุยกันอีกรอบ
กัดฟันวิ่งให้หมดก็อกสุดท้ายจะไม่หยุดเดินอีกแล้ว

ผมไล่แซง นักวิ่งระยะ 25Km มาเรื่อยๆ เริ่มได้ยินเสียงเฮจากเวที มาเป็นระยะๆ
กำลังใจผมมาเต็มตอนนี้
(ช่วงเวลาที่เราเหนื่อยๆ การได้ยินเสียงพิธีกรดังมาจากเวที
ดังก้องเข้ามาในป่าเนี่ย เป็นอะไรที่รู้สึกดีมากๆ อย่างน้อยก็มีคนรอเชียร์เราอยู่ตรงนั้น)

Tanaosri Trail TNT 2016

ประมาณ 17:40 ผมก็วิ่งข้ามสะพาน เข้าสู่เส้นชัย ผมตะโกนสุดเสียงด้วยความดีใจ
จบซักทีโว้ยยยยย ฮู้วววว
ลูกสาววิ่งมากอดผมที่เส้นชัย เป็นอะไรที่ดีต่อใจมากๆ วิ่งมาหลายงาน
นี่เป็นงานแรกที่ลูกสาวมาทันเห็นตอนเข้าเส้นชัย ปกติจะมาไม่ทัน เหอะๆ

ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)

เหรียญต้องเดินขึ้นไปรับบนเวที….
ผู้จัดทำร้ายกันจริงๆ วิ่งมาทั้งวัน ตอนจะเอาเหรียญต้องเดินขึ้นเวทีอีก
พิสูจน์ความแข็งแกร่งซินะ เดินขึ้นบันไดขาสั่นกันเลย 555

ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)

พอรับเหรียญเสร็จ ผมก็เดินลงมาอวกหลังเวที…..
เป็นงานแรกที่วิ่งจนอวกแตกแบบนี้เหอะๆ ตะนาวศรีโหดจริง
ด้วยความไม่พร้อมของผมเองในหลายๆอย่าง ซ้อมมาน้อย วางแผนมาผิด
(ผมไม่โทษทีมงานนะ เรื่องข้าวไม่มีกินอะ ผมโทษตัวเองที่ไม่เตรียมมาเอง)
ตะนาวศรีเทรล ปีนี้จึงเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับผม

ถามว่าปีหน้ามาอีกมั้ย…..
“ขอคิดดูก่อนละกัน เพราะมันโหด และเหนื่อยมาก
จะว่าสนุกมันก็สนุก จะว่าไม่สนุกก็ไม่เชิง
ต้องเตรียมตัวมาพร้อมจริงๆ ไม่งั้น DNFแน่นอน”

สรุปผลประกอบการณ์วันนี้ ดีกว่าที่คิดไว้นิดหน่อย
ตอนแรกคิดว่าจะเข้าเส้ยชัยประมาณ 19:00 แต่เอาจริงๆเข้าเส้นได้ก่อนพระอาทิตย์ตก ก็ดีใจมากแล้ว

ผลการแข่งขัน ตะนาวศรีเทรล 2016 TNT (Tanaosri Trail 2016)
http://race.runlah.com/event/tnt16

VDO บรรยากาศงานวิ่ง TANAOSRI TRAIL 2016 จากทีมงาน
https://www.youtube.com/watch?v=ecV0vVZ9jtQ

จบคืนนี้นอนเตนท์เหมือนเดิม หลับเป็นตาย 555

ตื่นเช้ามาอาการแจ่มใส ออกไปวิ่งๆเดินๆ คลายกรดแลกติกกันซักหน่อยซัก 5Km
เมื้อเช้าก็จัด BBQ camping อัดโปรตีนเข้าไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
และก่อนกลับ ไม่ลืมที่พาเด็กน้อยแวะดูแกะ ราชบุรีแกะเยอะมาก
ไม่รู้ใครเป็นคนคิด -_-!

Tanaosri Trail TNT 2016

ให้เวลากับตัวเองแล้ว อย่าลืมให้เวลาครอบครัวด้วยนะครับ ^^

สรุปทริป

สถานที่จัดงาน : เดินทางสะดวก ไม่ไกลกรุงเทพ มีที่จอดรถกว้างขวาง ที่โรงแรม+ที่พักมีเยอะ
รูปแบบเส้นทาง : Trail ภูเขาสูงโคตรๆ มีตากแดดบนถนนดินลูกรังบางช่วง
ระดับความชัน : มีเขาสูงชันๆหลายลูก นักวิ่งต้องฟิตมาเยอะๆเลยละ
ระดับความยาก : ระยะ 10-25Kmเหมาะกับผู้ที่เคยวิ่งเทรลมาแล้วระดับนึงไม่แนะนำมือใหม่
,ระยะ 50Km ระดับปานกลางค่อนไปทางยาก นักกีฬาควรฟิตซ้อมมาอย่างดี cutoffโหด พยายามอย่ามัวโอ้เอ้ ก็น่าจะจบได้
นักวิ่งระยะ 50Km finisher 99คน,DNF 148คน
บรรยากาศงานวิ่ง : บรรยากาศดีมาก ทีมงานมาตรฐานinter(อุปกรณ์ไม่ครบไม่ให้เข้าจุดสตาร์ท) นักวิ่งไม่เยอะ ของกินธรรมดา ระหว่างทางควรพกของกินมากินเอง
ภาพรวมงานวิ่ง : ผมให้ 8/10
น้ำ+อาหาร : มีจุดให้น้ำมีน้อยเพราะเป็นภูเขาสูง อาหารควรพกมาเอง อาหารการกินหลังงานวิ่งทั่วๆไป
อยากให้ปรับปรุง : วิ่ง 50Km ควรมีข้าวกลางวันให้กินบนเขากระโจม
และอาหารกลางวันอยากได้พวกข้าวเหนียวหมูปิ้ง หรืออะไรที่ถือติดมือเดินกินได้ ไม่ต้องนั่งรอ
ครั้งหน้ามาอีกมั้ย : ขอคิดดูก่อนนะ เพราะเส้นทางโหดจริง
ต้องซ้อมมาเยอะ ไม่งั้นไม่สนุก

ขอบคุณภาพสวยๆจาก
https://www.facebook.com/Ksportrunning.PhotoKapsy/
https://www.facebook.com/chinpat.pibalsingha/
https://www.facebook.com/Runlah/
https://www.facebook.com/FeetNote/

  • หน่อง

    ปีนี้ (2017) ว่าจะสมัครไปวิ่งตะนาวศรีเทรลมั่ง เอาแค่ระยะ 10 Km. พอ เพิ่งจะสนใจวิ่ง และไม่เคยวิ่งเทรลเลย วิ่งถนนก็ทำเวลาแย่ๆ ระยะทางก็งั้นๆ นักวิ่งแนวหน้าเขาว่าผมเดินมากกว่า
    ได้อ่านประสบการณ์ของผู้เขียนแล้ว เห็นภาพเลยครับ ขอกลับไปฝึกซ้อมจริงๆจังๆก่อนดีกว่า ตะนาวศรี 2018 ค่อยว่ากันอีกที ไม่ก็ไปลองวิ่งเทรลเขาประทับช้างดูก่อน

    • imooba

      ถ้าชอบเดินป่า ชมธรรมชาติ จะชอบการวิ่งเทรลครับ
      แต่ถ้าไม่ใช่สายนี้ อาจจะวิ่งรอบเดียวเลิก กลับไปวิ่งถนน
      เหมือนเพื่อนๆผมหลายคน ^^!

      เอาแค่สนุกๆ ยังไม่เคยวิ่งเทรลมาก่อน 10 Km. ก็กำลังดีครับ ไม่รักก็เกลียดเลย (-_-!)
      ปีนี้ผมก็ว่าจะไปซ้ำอีก คงได้เจอกันครับ ^^