ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 3)

เช้าวันที่ 3 ของการเดินทาง ผมสะดุ้งตื่นตอน 10:00น. จากเสียงเรียกของ @JetAsiaStaff
ซึ่งสภาพไม่ต่างกันคือ ต่างคนต่างนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ (ท่าไม่เรียกนี่มีหวังนอนยาว)

ต่างคนต่างทำธุระส่วนตัว แล้วรีบเก็บของทันที เพราะเราต้อง Check out ก่อน 12:00
เก็บของเสร็จก็เดินลงไปที่ lobby เพื่อ Check out ตอนนี้มาลุ้นกันว่า ค่าโรงแรมจะเท่าไร
เพราะเมื่อคืนตาลุงที่เปิดห้องให้เรานั้น ไม่ได้บอกราคาซะด้วย
เมื่อคืน ถามภาษาEngไป ลุงแกก็ตอบมาเป็นภาษาญี่ปุ่นรัวๆ ให้มันได้แบบนี้ซิ

xlrider-cycling-japan-120

ห้องนอนแคบมากกก ห้องน้ำที่แทบจะนั่งยืดขาไม่ได้เลย แคบเกิ๊น
@JetAsiaStaff บอกผมว่า นี่ถือว่าห้องเรากว้างแล้วนะ ถ้าในเมืองแคบยิ่งกว่านี้ซะอีก!

xlrider-cycling-japan-119

ตู้กดอัตโนมัติ มีทุกที่ในญี่ปุ่นจริงๆ ตามข้างถนน,สี่แยก,หน้าบ้าน,ในปั้ม,ในโรงแรม ฯลฯ
มีขายสารพัดน้ำ บางตู้มีข้าวกล่องหยอดเหรียญด้วย!
มันมีให้เห็นเยอะมาก จน..ผมทนไม่ไหว ต้องลองกดซื้อน้ำมากิน ทั้งๆที่ก็ไม่ได้หิวน้ำเลย คิดดูซิ?
มีคำพูดนึงในวงการโฆษณา ลอยขึ้นมาในหัวผมทันที

ความถี่ในการมองเห็น คือความเย้ายวน

xlrider-cycling-japan-122

ยังดีที่พนักงานต้อนรับช่วงเช้า พอจะพูดภาษาEng ได้บ้าง
Check out แล้วราคาห้องพัก 1คืนพร้อมอาหารเช้า กออกมา 10,000yen หรือประมาณ 3200 บ.
ถือว่าไม่แพงสำหรับ โรงแรมในต่างจังหวัดของญี่ปุ่น (อยู่เมืองไทย 3200 นี่นอนโรงแรม 4-5ดาวได้เลยนะ)
ห้องครัวปิดไปแล้วตอน 10:00 เราตื่นไม่ทัน สรุปต้องไปหาอะไรกินเอาดาบหน้า

เราฝากกระเป๋าใส่จักรยานไว้ที่โรงแรม เพราะยังไงขากลับก็ต้องผ่านทางนี้อยู่แล้ว ลดภาระไปได้ 2.5Kg

xlrider-cycling-japan-123

1Km จากโรงแรม เราก็แวะทานข้าวเช้ากันที่เซเว่นร้านเดิม จุดเดิมที่เลยที่แวะพักเมื่อคืน
อาหารเช้าวันนี้ “ข้าวกล่องเซเว่น” อีกแล้ว!

xlrider-cycling-japan-124

ข้าวกล่องหน้าตาดูดีทีเดียว
ผมซื้อ Sandwich มาตุนในกระเป๋าอีก 1 ชิ้น (เผื่อเอาไว้กินกลางทาง ขึ้นเขาแล้วไม่มีร้านขายของจะยุ่ง)
สนนราคาก็ ข้าวกล่อง 398yen= 128บ. และ Sandwich 250yen= 80บ.
ถือว่าไม่แพงสำหรับ อาหารในต่างประเทศ อย่าง สิงค์โปร ฮ่องกง กับข้าวแพงกว่านี้อีก

xlrider-cycling-japan-125

ถ้าสังเกตุดีๆ เราจะเห็นความใส่ใจ ในรายละเอียดของคนญี่ปุ่น
ใส้กรอกมีไม้จิ้มไว้ให้ด้วยกันมือเลอะ ข้าวกล่องจะแถมตะเกียบมาให้พร้อมไม้จิ้มฟัน
มีทิชชู่เปียกสำหรับเช็ดมือ และทิชชู่แห้งมาให้ด้วย

ลึกๆแล้ว ผมคิดว่า
สินค้าหรือบริการของญี่ปุ่น ก็ไม่ได้ดีไปกว่า สินค้าหรือบริการของประเทศอื่นๆ
เพียงแต่ สินค้าญี่ปุ่นพยายามเพิ่มกำไร โดยการเพิ่มความใส่ใจกับลูกค้า
แต่ที่สินค้าจากบางประเทศ เพิ่มกำไรโดยการลดต้นทุน การผลิต…
ซึ่งนั่น…มันทำให้สินค้าและบริการขอญี่ปุ่นดูมีเสน่ห์

นั่งกินข้าวบนฟุทบาทข้างถนนไป ก็มองชาวบ้านไป ซึมซับบรรยากาศ
ความงามเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ข้างๆเราเสมอ อยู่ที่เราจะมองเห็นมันหรือไม่

xlrider-cycling-japan-126

ต้นหญ้าเล็กๆ ไม่เคยย้อมแพ้ต่อโชคชะตา
ที่ต้องมาเกิดในป่าคอนกรีท ฉันใด
มนุษย์เราก็ไม่ควรย้อมแพ้อะไรง่ายๆ แล้วกล่าวโทษโชคชะตา ฉันนั้น

xlrider-cycling-japan-128

อิ่มแล้วก็เดินทางกันต่อ เส้นทางยังคงเป็นถนนขึ้นเนิน ยาวไปเรื่อยๆ

xlrider-cycling-japan-127

บ้านคนญี่ปุ่นบรรยากาศดีจัง ต้นซากุระนี่มีแทบจะทุกบ้านจริงๆ

xlrider-cycling-japan-131

xlrider-cycling-japan-132

เนินซึมๆ ยาวๆ @JetAsiaStaff ปั่นไม่ไหวจนต้องลงเข็น
เจอเขาHakone เข้าไปเมื่อวาน สำหรับคนที่ไม่ค่อยปั่นจักรยาน ผมว่าตอนนี้ ขาของ@JetAsiaStaff
คงปวดเมื่อยจนเดินจะไม่ไหวแหงๆ
(แต่ก็ต้องชื่นชม ถึงจะลำบากแค่ไหน@JetAsiaStaff ก็ไม่ปริปากบ่นออกมา ยังคงมีใจสู้ต่อ)

xlrider-cycling-japan-133

อารมณ์เหมือนศาลพระภูมิเจ้าที่เล็กๆ วางไว้ตรงโค้งอันตรายพอดี ดูร่องรอยแล้วบริเวณนี้คงแหกโค้งบ่อย
สังเกตุดีๆครับ พื้นที่รอบๆศาล สะอาดและเป๊ะมาก หญ้าไม่มีรกเลย

xlrider-cycling-japan-134

รถทหารวิ่งผ่านไปมาเยอะมาก สงสัยเค้าจะไปซ้อมรบกันแถวนี้มั้ง

การปีนภูเขาไฟฟูจิ

สัญลักษณ์ของภูเขาไฟฟูจิ คือ หิมะที่ปกคลุมอยู่บนยอดเขา แต่หิมะนี้ไม่ได้มีอยู่ตลอดทั้งปี
จะมีเฉพาะในช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น คือ ช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เท่านั้น
ซึ่งก็จะตรงกับ เทศกาลการปีนภูเขาไฟฟูจิ มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

เส้นทางการพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจินั้นมีทั้งหมด 4 เส้นทางด้วยกัน
1. เส้นทางโยชิดะ (Yoshida Trail) นิยมสุด
เดินทางมาง่ายสุด มีรถโดยสารมาจากโตเกียว ส่งถึงชั้น 5เลย
2. เส้นทางฟูจิโนะมิยะ (Fujinomiya Trail)
นิยมรองจากเส้นทางโยชิดะ เดินทางมาง่าย และเดินถึงยอดใช้ระยะใกล้สุด
3. เส้นทางสึบะชิริ (Subashiri Trail)
เดินทางมายากไม่ค่อยได้รับ ความนิยมเท่าไร แต่ก็ยังน่าเดินเพราะต้นไม้เยอะสุด
4. เส้นทางโกเท็นบะ (Gotemba Trail)
เส้นทางสุดหฤโหด เหมาะกับผู้มีประสบการณ์เท่านั้น ทางชัน และต้องเดินเยอะ

ฟูจิจนถึงยอด นั้นมีทั้งหมด 10ชั้น ซึ่งทั้ง 4เส้นทางที่กล่าวมานั้น
จะเริ่มจาก ชั้นที่ 5 เป็นต้นไป (งงไหมทำไมมันไม่เริ่มนับที่ 1 อันนี้ผมก็งง)

xlrider-cycling-japan-137

แน่นอนว่าพวกเราปั่นมาจาก Gotemba จุดที่ใกล้สุดของเราคือ เส้นทางสึบะชิริ (Subashiri Trail)
เรามุ่งหน้าไปตามถนน Hakoneura highway จนถึงแล้วเลี้ยวเข้า ถนนหมายเลข 150
เพื่อเข้าไปยังทางขึ้นภูเขาไฟฟูจิ ตามเส้นทางสึบะชิริ (Subashiri Trail)
ทางจักรยานกว้างมาก กว้างกว่าถนนสำหรับรถยนต์ซะอีก

xlrider-cycling-japan-135

ฝาท่อของญี่ปุ่น ดูปลอดภัยดีนะ

xlrider-cycling-japan-138

เบื้องหน้าของเรานั้น ถ้ามองด้วยตาเปล่าจะเห็นฟูจิซังได้แล้ว (แต่ถ่ายมาไม่เห็นเลย)
เพราะหมอกลงจัด จนเห็น ฟูจิซัง แบบเลือนลาง

xlrider-cycling-japan-139

xlrider-cycling-japan-140

ปั่นมาเรื่อยๆ ก็เจอฐานทัพของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น บริเวณนี้พอดี (ไม่ปรากฏในแผนที่ซะด้วย)
ถึงว่ามีรถทหารวิ่งไปมา เต็มเลย
อย่าได้ถ่ายรูปฐานทัพเด็ดขาด เดี๋ยวความซวยจะเข้าตัว เหอะๆ

xlrider-cycling-japan-141

แม้แต่ทหารก็ยังปั่นจักรยาน O_o

xlrider-cycling-japan-142

ถนนร่มรื่นมาก อากาศก็ 15-16 องศากำลังเย็นสบาย

xlrider-cycling-japan-144

ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไร เพราะ….
เบื้องหน้าของเรานั้น ถ้าดูจากข้อมูลที่เตรียมมา มันควรจะเห็น ภูเขาไฟฟูจิ อย่างชัดเจนแล้วซิ
แต่ทำไม ตอนนี้ผมไม่เห็น เห็นแต่หมอกบนเขาเต็มไปหมด!


Credit picture from : subashiri website

เราปั่นกันมาเรื่อยๆ จนเจอป้ายอันนี้ ????

xlrider-cycling-japan-146

ภาพถ่ายมุมเดียวกัน แต่ฟูจิซังหายไป! แถมมีป้ายอะไรมาวางเอาไว้ด้วย
อ่านก็ไม่ออก ??? แต่ดูเหมือนจะไม่ให้เข้าไปนะ ???
เรารู้ว่าฟูจิซังอยู่ข้างหน้า และเราไม่ได้มาผิดทาง แต่ตอนนี้หมอกมันบดบังจะมองไม่เห็นฟูจิ

@JetAsiaStaff จึงถ่ายภาพนี้ แล้วส่งทาง Line ไปให้เพื่อนคนญี่ปุ่นช่วยแปล

ระหว่างที่รอคำตอบอยู่นั้น ก็เจอรถคุณลุง-ป้า คู่นึงขับรถผ่านมาพอดี เลยโดนเราโบกให้จอด
เราพยายามถามว่า ไอ้ป้ายอันนี้มีความหมายว่าอะไร…?
คุณลุง-ป้า ก็พยายามอธิบายพวกเราเป็นภาษาญี่ปุ่น(ล้วนๆ) พร้อมกัยแสดงท่าทาง ภาษามือ
แปลได้ว่า… หิมะตกหนัก เส้นทางนี้ห้ามขึ้นเด็ดขาดอันตราย!
ซึ่งก็ตรงกับที่ เพื่อนคนญี่ปุ่นของเรา ตอบมาทาง Line เช่นกัน

ตอนนี้บอกตรงๆ เลยนะว่า FAIL มาก ถ่อมาถึงนี่ อีกแค่ 10Km ก็จะขึ้นไปถึงฟูจิ
อย่าว่าแต่ขึ้นไปเลย… แม้แต่ภาพก็ยังถ่ายไม่ได้

มีคำพูดนึงที่เคยได้ยิน ลอยขึ้นมาในหัวผมทันที

ว่ากันว่า การจะเห็นฟูจิซังที่มีหิมะปกคลุมที่ยอดเขานั้น จะต้องมีโชคดีอย่างมาก
บางคนต้องมาญี่ปุ่นถึง4ครั้ง จึงจะเห็น ฟูจิซังที่แท้จริง

การจะมาถึงที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แถมการขี่จักรยานมาด้วยเนี่ยจะมีโอกาศซักกี่ครั้งในชีวิต ?
เราจึงลองปั่นเข้าไปดู ถึงแม้มันจะมีป้ายห้ามอยู่ก็ตาม…

xlrider-cycling-japan-149

ที่เห็นเงาดำๆนั่นคือ ฟูจิซัง ที่ปกคลุมไปด้วยหมอก

xlrider-cycling-japan-148

ทางยังคงขึ้นเนินมาเรื่อยๆ ตลอดทาง บรรยากาศ2ข้างทางนั้นสวยมากๆ

xlrider-cycling-japan-157

xlrider-cycling-japan-151

@JetAsiaStaff ไม่ไหวแล้ว ขอพักก่อน

xlrider-cycling-japan-156

เรานั่งคุยกันว่า จะเอายังไงกันต่อดี จะขึ้นไปเจอพายุหิมะ หรือ หมอก
ซึ่งไม่ว่าเราจะเจอกับอะไร มันก็ไม่ดีทั้งนั้น เราไม่สามารถถ่ายภาพได้ และเราอาจกลับลงมาไม่ทัน
หรือเลวร้ายสุด เราอาจจะหนาวตายบนนั้น

Credit picture from : blog-imgs-38.fc2.com website

สนทนาเคลียดกันอยู่พักนึง เพื่อความปลอดภัย…
ภาระกิจ “Bike to fuji” ต้องจบลงแค่นี้ ไม่ได้ไปต่อ!

สำหรับผมแล้ว

สิ่งที่แย่ที่สุด ในการทำตามความฝัน
คือการหันหลัง ให้กับความฝันของตัวเอง…ทั้งๆที่เรายังมีแรงสู้ต่อ

วันนี้ฟ้าไม่เป็นใจให้เราเลย…
(ท่านใดต้องการปั่นขึ้น ฟูจิ กรุณาตรวจสอบสภาพอากาศโดยละเอียด ด้วยนะครับ ไม่งั้นจะ FAIL แบบพวกผม)

ตามกำหนดการณ์ วันนี้ต้องขึ้นไปบนภูเขาไฟฟูจิ แล้วกลับลงมา เพื่อปั่นกลับไปยัง tokyo อีก ประมาณ 100Km
ซึ่งดูจากเวลา และเส้นทางแล้ว ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน หรือไม่ก็ต้องปั่นจนมืดค่ำเหมือนเมื่อวาน!

เพราะงั้น เราปั่นกลับไป Gotemba แล้วนั่งรถไฟกลับไปยัง tokyo ไปวางแผนกันใหม่ดีกว่า

ถึงผมชอบเรียนรู้ จากความพ่ายแพ้
แต่การแพ้ โดยที่ไม่มีโอกาศแม้จะได้สู้ ผมรับไม่ได้จริงๆ
ปีหน้า ผมจะกลับมาแก้มือใหม่ แน่นอน!

xlrider-cycling-japan-158

xlrider-cycling-japan-160

ขากลับเป็นทางลงเขาแบบยาวๆ แทบไม่ต้องออกแรงปั่นเลย
ช่วงลงเขาหนาวมากกกก จนต้องขุดเสื้อยืดใส่ซ้อนเข้าไปอีก 2ชั้น แล้วใส่เสื้อกันลมทับเข้าไปอีก

xlrider-cycling-japan-162

ร้านมอไซค์ classic เราเจอระหว่างทาง รถสวยดี

xlrider-cycling-japan-165

เรากลับมาเอากระเป๋าใส่จักรยานที่โรงแรม (โรงแรมนี้มัน บ้านในเกมส์ Biohazard ชัดๆ)

xlrider-cycling-japan-167

xlrider-cycling-japan-168

ได้กระเป๋าแล้ว ก็ปั่นกลับไปยัง เมือง Gotemba
เบื้องหน้าของเรานั้น คือ ภูเขา Hakone ที่เราปั่นข้ามมาเมื่อคืน
(เมื่อคืนเห็นแต่ความมืด ไม่รู้อะไรเลยว่ามันสูงแค่ไหน)
พอเห็นกลางวันถึงได้รู้ว่า มันใหญ่มาก โอ้วววว ถึงขั้นมองไม่เห็นยอดเขาเลยทีเดียว

xlrider-cycling-japan-169

เด็กญี่ปุ่น ปั่นจักรยานกลับบ้าน

xlrider-cycling-japan-170

ญี่ปุ่นไม่มีสะพานลอยแบบบ้านเรานะครับ แต่เค้ามี ทางม้าลาย แล้วก็…”สะพานใต้ดิน เอาไว้ข้ามถนน !”
สะพานลอดใต้ดิน ก็ยังสามารถปั่นจักรยานลงไปได้ด้วย สุดยอดเลย
ที่รู้เพราะเด็กญี่ปุ่น 2 คนนั้นปั่นพุ่งลงไปเลย O_o

xlrider-cycling-japan-172

นั่นไงรถไฟที่เราจะนั่งกลับกัน Gotemba Line

xlrider-cycling-japan-173

ญี่ปุ่นก็มีเสาไฟฟ้านะ แต่ก็ดูมีระเบียบมาก
ถ้ามาบอกว่าเมืองไทยมีเสาไฟฟ้า ก็เลยดูไม่มีระเบียบเนี่ย…ผมว่าไม่ใช่แระ

xlrider-cycling-japan-174

ปั่นวนๆ หาสถานีรถไฟ ” ไม่ได้หลงนะ แค่หาไม่เจอแค่นั้นเอง จริงจิ๊งงง”

xlrider-cycling-japan-176

ญี่ปุ่นยังมีตู้โทรศัพท์อยู่นะครับ และสะอาดซะด้วยซิ

xlrider-cycling-japan-178

xlrider-cycling-japan-181

xlrider-cycling-japan-183

xlrider-cycling-japan-184

ถึงแล้ว สถานีรถไฟ Gotemba Station
Gotemba Station เป็นท่ารถเมย์นั่ง Shuttle Bus ไป Gotemba Outlet ,Gora ,Kawaguchiko station ได้ด้วย

xlrider-cycling-japan-186

xlrider-cycling-japan-187

ที่จอดจักรยาน จักรยานเยอะมากๆ

xlrider-cycling-japan-188

จะขึ้นรถไฟ ต้องเอาจักรยานใส่ถุงครับ ไม่งั้นห้ามขึ้น
นี่คือเหตุผลว่า ทำไมเราต้องแบกถุงใส่จักรยาน น้ำหนัก 2.5Kg ติดมาด้วยตลอดทาง
เผื่อฉุกเฉินเปลี่ยนแผนต้องขึ้นรถไฟ แบบนี้แหละ

ระหว่างถอดจักรยานอยู่นั้น มีนักท่องเที่ยวคนไทยมาถามเส้นทางพวกเราด้วย
แปลกแต่จริง เราสามารถระบุได้ว่า คนๆนั้นเป็นคนชาติไหน โดยฟังจากสำเนียงภาษาอังกฤษ
แล้วรู้เลยว่านี่คนไทย เนี่ยคนจีน เนี่ยคนญี่ปุ่น นี่อินเดีย

xlrider-cycling-japan-192

xlrider-cycling-japan-189

เราซื้อตั๋วรถไฟ เพื่อจะไปลง Shinjuku โดยต้องนั่งรถ 2ต่อ
Gotemba Station -> Matsuda Station
Matsuda Station -> Shinjuku Station

xlrider-cycling-japan-193

xlrider-cycling-japan-194

เรารอขึ้นรถรอบ 14:18 สังเกตุว่ามีเด็กนักเรียนมารอรถกลับบ้านด้วย
(แปลกใจเหมือนกันว่าเด็กนักเรียนที่นี่เลิกเรียนตอน บ่าย2 หรืออย่างไร?)

xlrider-cycling-japan-195

ขึ้นรถไฟแล้วก็พยายามนั่งแอบๆ เพราะของเราเยอะมาก ขนาดนี่เกะกะใช้ได้เลย
ดูเหมือนจะเป็นโชคดีของเรา เพราะถ้ามาขึ้นรถไฟช้ากว่านี้
อาจจะเจอฝูงมหาชนชาวญี่ปุ่นที่กำลังเลิกงานก็เป็นได้

ลงที่สถานี Matsuda Station

xlrider-cycling-japan-196

แล้วแบกของทั้งหมด เดินลงจากสถานีไปชั้น 1
แล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม เพื่อต่อรถไฟไป Shinjuku Station
ขอบอกว่าตอนนี้ปวดไหล่มากๆ เหนื่อยตอนแบกของนี่แหละ ขึ้นๆลงๆบันได
กระเป๋ารถ และกระเป๋าเสื้อผ้า หนักจริงๆ เล่นเอาไหล่ช้ำกันเลยทีเดียว

xlrider-cycling-japan-198

xlrider-cycling-japan-197

ขึ้นปุ๊บก็รีบหาที่นั่งปั๊บ พยายามหาที่วางกระเป๋าแบบแอบๆ จะได้ไม่รบกวนคนอื่น
โชคดีของผมได้ที่นั่ง ข้างสาวออฟฟิสญี่ปุ่นพอดี ผมนั่งหลับๆตื่นๆ ไป 2-3 รอบ
นานมากกว่าจะถึง จอดแทบจะทุกสถานี เพราะเรานั่งรถแบบธรรมดา 3ชม.ถึง
(ถ้านั่ง shinkansen ครึ่งชั่วโมงก็คงถึงเลย)
ส่วน @JetAsiaStaff โชคร้ายไม่มีที่นั่ง ยืนยาวตั้งแต่ขึ้นรถเลยครับงานนี้ รากงอกกันเลย

xlrider-cycling-japan-199

17:00 เรามาถึงสถานี Shinjuku Station คนเยอะและวุ่นวายมากๆ (ช่วงเลิกงานพอดี)
ขึ้นๆลงๆบันได อยู่ 2-3รอบ เดินวนๆหาทางออกอีก ทางออกก็มีหลายประตูมาก
เล่นเอาหัวเสียไปเลยเหมือนกัน ของก็หนัก ต้องแบกเดินไปมาๆ
ส่วนหนึ่งต้องโทษกระเป๋าใส่จักรยานด้วยที่ไม่มีเสริมฟองน้ำที่รองบ่า แบกแล้วสายกระเป๋ามันบาดไหล่
เขียวช้ำกันเลยทีเดียว
@JetAsiaStaff ก็ไม่ต่างกันไหล่เขียวเลย แถมหูกระเป๋าดันมาหักอีก ทุลักทุเลสุดๆ

xlrider-cycling-japan-200

กว่าจะหลุดพ้นออกมานอกสถานีได้ แทบตาย แต่…ความซวยยังไม่จบอยู่แค่นั้น
ทีมงานได้จองโรงแรมให้เราที่ Shinjuku Prince Hotel ซึ่งจากหน้าสถานี Shinjuku
ต้องเดินอีกประมาณ 400m จึงจะถึงโรงแรม
บอกตรงๆว่า ตอนนี้อยากโยนจักรยาน พร้อมกระเป๋าทิ้งมาก หนักแสรดดดด

xlrider-cycling-japan-244

ถึงซะที โรงแรม Shinjuku Prince Hotel นึกว่าจะหายเหนื่อยแล้ว
ยังครับ ยัง! Lobby ขอโรงแรมอยู่ชั้นใต้ดินอีก อะไรฟระเนี่ยยยยย
ต้องแบกกระเป๋าเดินลงไป Lobby ด้านล่างอีก ให้ตายเหอะ ไหล่จะหักอยู่แล้ว

โรงแรมนี้คนไทยพักเยอะมาก ได้ยินเสียงคนไทย พูดเสียงดังตลอดเวลา เหอะๆ

xlrider-cycling-japan-201

ถึงซะทีห้องของเรา แคบมากจริงๆ ให้ตายเหอะ แค่นี้ก็เดินลำบากแล้ว
@JetAsiaStaff บอกผมว่า
” ห้องนี้ถือว่าดีมากๆเลยนะครับ เพราะโรงแรมใจกลางเมืองแบบนี้ ปกติแคบกว่านี้อีก! O_o ”

xlrider-cycling-japan-202

xlrider-cycling-japan-203

กระเป๋าจักรยานอีก 2 ใบ และยังมีกระเป๋าใส่สัมภาระอื่นๆอีก
เมื่อเอาทุกอย่างเข้ามาในห้อง ห้องที่แคบแล้ว ก็ยิ่งแคบขึ้นไปอีก (T_T)

xlrider-cycling-japan-258

xlrider-cycling-japan-257

ห้องน้ำญี่ปุ่น ทันสมัยมาก แม้จะเล็กๆแคบๆ แต่ก็อุปกรณ์ครบครัน

xlrider-cycling-japan-206

วิวยามค่ำคืนของ ย่านShinjuku คนเยอะมากมาย
ดูเหมือนเราจะคิดถูกแล้วที่นั่งรถไฟกลับมา เพราะถ้าปั่นมาเอง ตี4 จะถึงหรือยังนี่ไม่รู้เลย
ตอนนี้ออกไปทานข้าวกันก่อนหิวมากๆ แล้วค่อยกลับมาวางแผนการเดินทางกันใหม่

Screen Shot 2557-04-29 at 3.02.02

จบทริปวันนี้ได้แบบ น่าผิดหวังมากๆ
เราขึ้นไม่ถึงจุดชมวิวบนภูเขาไฟฟูจิ ทั้งๆที่มาถึง Subashiri Trail แล้ว
เราไม่สามารถถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิได้ ทั้งๆที่ ทริปนี้คือ “Bike to Fuji”
เพราะเราเตรียมข้อมูลมาไม่พอ อากาศไม่เป็นใจ และเราโชคไม่ดี
เราไม่สามารถปั่นกลับจาก Fuji – tokyo ได้ เนื่องจากเวลาไม่พอ
เราต้องวางแผนกันใหม่ เพื่อให้วันพรุ่งนี้ไม่พลาดแบบวันนี้อีก !

แผนใหม่วันพรุ่งนี้ คืออะไร ?
เค้าทั้งสองจะโชคร้าย อากาศไม่เป็นใจ แบบวันนี้อีกหรือไม่ ?
tokyo – Narita ระยะทางกว่า 96km พวกเค้าจะFail อีกหรือป่าว ?
@JetAsiaStaff ลั่นวาจาไว้แล้วว่า “วันนี้ผมขอโทษ แต่พรุ่งนี้ผมจะทำมันให้ได้ !”
เค้าจะทำได้ตามที่พูดมั้ย?

โปรดรอติดตาม การเดินทางของพวกเค้าในตอนต่อไป…
มหากาฬเรื่องยาวมากกกก เล่าได้จนลูกบวช! 😯

xlrider-cycling-japan-continued3

อ่านย้อนหลังได้ที่นี่ครับ

ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 1)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 2)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 3)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึก special night)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 4)
ปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่น (บันทึกการเดินทาง วันที่ 5) วันสุดท้ายของการเดินทาง